TACT แจงดราม่าแทรกเตอร์ EV เปิดใจผู้ผลิต แทรกเตอรไฟฟ้าไทยแท้ TACT หลังถูกโยงงบหมื่นล้าน นวัตกรรมไทยลุยแปลงได้จริง ส่งออกนอกแล้ว วอนรัฐหนุนห่วงโซ่การผลิตในประเทศ

วันที่ 20 ต.ค.2569 นายกิ่งเพชร เหมโพธิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย อชิเทค จำกัด (TACT) ผู้พัฒนายานยนต์เกษตรไฟฟ้าสัญชาติไทย ชี้แจงกรณีมีการนำภาพรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าของบริษัทไปประกอบการวิพากษ์วิจารณ์โครงการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรระบบพลังงานไฟฟ้าของภาครัฐ วงเงิน 8,000 ล้านบาท

โดยยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ และยังไม่ได้เป็นผู้ยื่นเสนอราคาตามที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมขอให้แยกข้อถกเถียงเรื่องงบประมาณออกจากการพิจารณาเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทย

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการนำวงเงิน 8,000 ล้านบาท หารด้วยตัวเลข 500 จนเกิดข้อสงสัยว่ารถแทรกเตอร์ไฟฟ้ามีราคาสูงถึงคันละ 16 ล้านบาทหรือไม่ แม้ต่อมาจะมีคำชี้แจงว่าตัวเลข 500 หมายถึงศูนย์บริการหรือจุดให้บริการชุมชน ไม่ใช่จำนวนรถแทรกเตอร์โดยตรง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าของโครงการยังเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม

นายกิ่งเพชรกล่าวว่า บริษัทมีพื้นฐานจากโรงงานแปรรูปโลหะและผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรให้แบรนด์ระดับโลกมากว่า 30 ปี ส่วนรถที่ปรากฏในสื่อเป็นแทรกเตอร์ไฟฟ้ารุ่น KIN40CS และ KIN48 ซึ่งวิจัยและพัฒนาที่โรงงานในจ.ฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างทางเลือกในการลดต้นทุนพลังงานให้เกษตรกร

สำหรับข้อกังวลว่าเครื่องจักรจะใช้งานได้จริงหรือไม่ และหากเสียจะมีผู้ซ่อมบำรุงหรืออะไหล่รองรับเพียงใด นายกิ่งเพชรระบุว่า บริษัทออกแบบโดยคำนึงถึงการดูแลรักษาในประเทศไทย ชิ้นส่วนด้านโครงสร้างและกลไกจำนวนมาก เช่น แชสซีส์ เฟือง เกียร์ส่งกำลัง ชุดสายไฟ และอุปกรณ์ต่อพ่วง ผลิตโดยโรงงานของบริษัทและผู้ผลิตในประเทศ ส่วนแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และชุดควบคุมไฟฟ้าขั้นสูงยังต้องนำเข้า

TACT แจงดราม่าแทรกเตอร์ EV ยันนวัตกรรมไทยลุยแปลงได้จริง วอนรัฐหนุนห่วงโซ่การผลิต

TACT แจงดราม่าแทรกเตอร์ EV ยันนวัตกรรมไทยลุยแปลงได้จริง วอนรัฐหนุนห่วงโซ่การผลิต

บริษัทจึงมองว่าแนวทางดังกล่าวช่วยให้สำรองอะไหล่และให้บริการได้รวดเร็ว ขณะที่ช่างในชุมชนสามารถดูแลระบบกลไกพื้นฐานบางส่วนได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องการกระจายเครื่องจักร การจัดคิวใช้งาน และค่าใช้จ่ายในพื้นที่ หากดำเนินการผ่านโครงการภาครัฐ เป็นสิ่งที่หน่วยงานรับผิดชอบต้องออกแบบให้รอบคอบ

ส่วนข้อสงสัยว่าแทรกเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานในนาน้ำ ดินเหนียว หรือพื้นที่หล่มได้หรือไม่ นายกิ่งเพชรระบุว่า มอเตอร์ไฟฟ้ามีจุดเด่นด้านแรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ โดยรถมีน้ำหนักมากกว่ารถดีเซลในพิกัดเดียวกันไม่มาก เเละผ่านการทดสอบร่วมกับศูนย์จักรกลเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

และทดลองทำงานร่วมกับกลุ่มหมอดินในจังหวัดสุพรรณบุรี ของกรมพัฒนาที่ดิน ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย รถสามารถทำงานได้ปกติในดินเหนียวเเละนาน้ำได้ปกติ และมีการใช้พลังงานต่ำกว่าเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม

นายกิ่งเพชร ชี้แจงเรื่องการชาร์จไฟในพื้นที่เกษตรว่า บริษัทได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) พัฒนาเครื่องชาร์จเคลื่อนที่แบบไฮบริด หรือ Hybrid Mobile Charger ซึ่งสามารถลากไปให้บริการบริเวณหัวแปลง รองรับทั้งรถแทรกเตอร์ ยานพาหนะ และโดรนเพื่อการเกษตร

โดยระบบดังกล่าวใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เติมน้ำมันดีเซลเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตพลังงานสำหรับชาร์จซึ่งยังคงลดการใช้พลังงานมากกว่าไปขับตัวจักรกลเกษตรโดยตรง

นายกิ่งเพชรระบุว่า บริษัทส่งออกแทรกเตอร์ไฟฟ้าไปทำตลาดเชิงพาณิชย์ในประเทศมาเลเซียแล้ว ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น MKR ภายใต้ชื่อ “Terra Glide EV Tractor” พร้อมยืนยันว่าเทคโนโลยีของบริษัทได้รับการพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

นายกิ่งเพชรกล่าวด้วยว่า การพัฒนาเครื่องจักรดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สวก. และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จึงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการต่อยอดเทคโนโลยีและห่วงโซ่การผลิตภายในประเทศ เพื่อกระจายประโยชน์ไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน โรงกลึง ช่างเทคนิค วิศวกร และเกษตรกรไทย

สิ่งที่ TACT มุ่งมั่น ไม่ใช่เพียงการเติบโตของบริษัท แต่เราเชื่อมั่นว่าเกษตรกรไทยต้องมีทางเลือกในการลดต้นทุนพลังงานที่ยั่งยืน และหากภาครัฐหรือสังคมมีนโยบายผลักดันการใช้พลังงานสะอาด

การเปิดโอกาสให้ ‘สินค้าที่ใช้วัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานของคนไทย (Made in Thailand)’ จะทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่กับโรงงานเหล็ก โรงกลึง ช่างเทคนิค และสร้างงานให้วิศวกรไทยรุ่นใหม่ และเป็นอุตสาหกรรม New S-Curve ของประเทศเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ เหมาะสมต่อสภาพภูมิอากาศ และดินของบ้านเรา

“นั่นคือเหตุผลที่ TACT ยึดหลักการออกแบบจากชีวิตจริงของเกษตรกร โครงสร้างกลไก ระบบส่งกำลัง และจุดยึดอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมด เราออกแบบบนฐานอะไหล่และมาตรฐานที่ช่างชุมชนในไทยมีความชำนาญอยู่แล้ว ช่างในหมู่บ้านสามารถเซอร์วิสจุดกลไกและหาอะไหล่เทียบได้ทันที

ขณะที่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเราออกแบบให้ทนต่อน้ำและความชื้นสูง เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างเทคโนโลยีล้ำยุคเพื่อมาสร้างภาระ แต่คือการสร้างเครื่องมือที่ปลดแอกชาวนาออกจากค่าน้ำมันลิตรละเกือบ 40 บาท เพื่อให้เงินสดที่เคยต้องจ่ายค่าน้ำมันทุกเช้า เหลือกลับมาเป็นทุนซื้อปุ๋ย จ่ายค่ายา และเป็นกำไรติดกระเป๋าของพี่น้องชาวนาอย่างแท้จริง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน