ครม.รับทราบเหตุผลคมนาคมออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ตั๋วร่วมไม่ทันกรอบ 180 วัน หลังต้องขยายเวลารับฟังความเห็น-หารือผู้ประกอบการ เรื่องค่าโดยสาร-แบ่งรายได้
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเหตุผลความจำเป็นที่กระทรวงคมนาคมไม่สามารถออกกฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมให้รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปดำเนินการต่อ โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าออกกฎหมายลำดับรองทั้ง 20 ฉบับให้ครบภายในปี 2569
ทั้งนี้ มาตรา 53 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้จัดทำกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หรือภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 แต่การดำเนินงานล่าช้าจากแนวทางรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายที่ปรับเพิ่มระยะเวลาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจากไม่น้อยกว่า 15 วัน เป็นไม่น้อยกว่า 30 วัน รวมถึงกำหนดให้รับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ชั้นเสนอหลักการหรือประเด็นสำคัญ และภายหลังจัดทำร่างกฎหมายแล้ว
อีกปัจจัยสำคัญคือ กฎหมายลำดับรองมีผลโดยตรงต่อระบบจัดเก็บค่าโดยสารและโครงสร้างรายได้ของผู้ให้บริการขนส่งแต่ละประเภท กระทรวงคมนาคมจึงต้องหารือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นทางเทคนิคและข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน ก่อนปรับปรุงร่างกฎหมายให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้จัดทำร่างกฎหมายลำดับรองแล้วครบ 20 ฉบับ
หัวใจสำคัญของระบบตั๋วร่วม คือการลดค่าเดินทางและเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะให้สะดวกขึ้น โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมและยกเว้นการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนระหว่างผู้ให้บริการ พร้อมให้ประชาชนใช้บัตรหรือสื่อชำระเงินเพียงใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ ระบบตั๋วร่วมยังมุ่งจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคล ช่วยลดปัญหาจราจรและมลพิษ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลของภาครัฐ ทั้งด้านมาตรฐานบริการ การจัดสรรรายได้ระหว่างผู้ประกอบการ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ
ด้านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า ครม.สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตให้กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เร่งรัดการออกกฎหมายลำดับรอง เพื่อให้การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบต่อสภาพบังคับทางกฎหมายของ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568