พาณิชย์ ขึ้นบัญชีสินค้าอ่อนไหว 17 รายการ หลังดีเซลพุ่ง-จ่อฟันพ่อค้าปั่นราคาไข่
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้นรอบใหม่จากปัญหาสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง และปัญหาน้ำท่วม ทำให้กรมการค้าภายในปรับเพิ่มความเข้มข้มในการดูแลราคาสินค้าและบริการที่จำเป็น เนื่องจากน้ำมันมีสัดส่วนสูงถึง 40% ของต้นทุนในระบบขนส่ง รวมทั้งสินค้าจำเป็นบางรายการยังมีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมัน และวัตถุดิบนำเข้า
ทั้งนี้เพื่อติดตามเฝ้าระวัง และกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ในเดือนต.ค. 2569 กรมได้ ปรับระดับความสำคัญในการดูแลสินค้าและบริการจำนวน รวม 242 ราย โดยแบ่งบัญชีติดตามสินค้าและบริการเป็น 3 ระดับคือ
1.กลุ่มสินค้า Sensitive List สินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ต้องติดตามราคาและภาวะเป็นประจำทุกวัน จำนวน 17 รายการ ได้แก่ 1.สุกรชำแหละ 2.ไก่สด 3.ไข่ไก่ 4.ปุ๋ยเคมี 5.อาหารสัตว์ 6.น้ำมันพืช
7.น้ำตาลทราย 8.ข้าวสารบรรจุถุง 9.อาหารกึ่งสำเร็จรูปบรรจุภาชนะผนึก 10.อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท 11.เหล็กเส้น 12.เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ 13.เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก 14.เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม 15.น้ำมันดีเซล 16.นมสด และ17.เม็ดพลาสติก
2.กลุ่ม Priority Watch List สินค้าที่ติดตามภาวะและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จำนวน6 รายการ ได้แก่ 1.อาหารปรุงสำเร็จ 2.นมผง 3.ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช 4.เหล็กแผ่นรีดร้อน 5.เครื่องดูดฝุ่น 6.เครื่องฟอกอากาศ
3.กลุ่ม Watch List สินค้าที่ติดตามภาวะและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นประจำทุก 15 วัน จ้านวน 196 รายการ อาทิ ไข่เป็ด เนื้อโค ปลาทู กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า สบู่ ซีอิ๊ว น้ำปลา นมข้นหวาน อิฐมอญ ถุงพลาสติก แก๊สหุงต้ม เครื่องแบบนักเรียนเป็นต้น
นายวัฒนศักย์เปิดเผยถึงกรณีที่ ฟาร์มหมูปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม 4 บาทต่อกิโลกรัมตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมาว่าต้องเห็นใจเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูด้วย เนื่องจากบางส่วนได้รับผลกระทบฟาร์มเสียหายจากน้ำท่วม รวมทั้งยังมีเทศกาลกินเจ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ราคาหมูยังน่าเป็นห่วง เบื้องต้นเตรียมหารือร่วมกับกรมปศุสัตว์เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือฟาร์มหมูที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งหามาตรการในการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาภาวะต้นทุนอาหารสัตว์ราคาแพง
ส่วนสถานการณ์ราคาไข่ไก่หรับไข่ไก่ ขณะนี้ ราคาเบอร์ 3 อยู่ที่ 4.54 บาทต่อฟอง ขนาดเบอร์คละหน้าฟาร์ม ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 4 บาทต่อฟอง โดยปัจจุบันมีผลผลิตไข่ไก่ขึ้นมาวันละ 43.69 ล้านฟอง และบริโภคต่อวันประมาณ 42 ล้านฟองโดยประมาณ ซึ่งส่วนที่เหลือจะนำไปส่งออก แต่จากที่รับผลกระทบในพื้นที่ทางปราจีนบุรี ทำให้ไข่หายไปจากระบบที่ประมาณ 2 ล้านฟองต่อวัน
โดยทางกรมการค้าภายในได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการส่งออกในเรื่องของการชะลอการส่งออก เพื่ออให้มีไข่ไก่เติมเข้ามาในระบบ และได้หารือทางกรมปศุสัตว์และผู้เลี้ยงฟาร์มต่างๆ ให้มีการยืดกรงออกไป 5 สัปดาห์ก็น่าจะมีปริมาณผลผลิตเข้ามาทดแทนในส่วนที่ขาด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่บางฟาร์ม ที่มีลักษณะพฤติกรรมหรือว่าผู้รวบรวมไข่เฉพาะกิจ คือช่วงปกติไม่ทำจะมาทำช่วงที่ไข่มีปัญหา แล้วก็ทำให้เกิดความปั่นป่วน กรมฯได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงไปตรวจสอบร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง หากพบพฤติกรรมดังกล่าวจะโดย มาตรา 29 พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ต้องระวางโทษตามมาตรา 41 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ประเด็นไข่ไก่มีเรื่องของน้ำท่วมเข้ามาเกี่ยว รวมถึงราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้น ต้องยอมรับว่าการขนส่งที่นานขึ้นจากเหตุน้ำท่วมต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางส่งผลกระทบต่อต้นทุน ซึ่งเป็นปัญหาที่กดดันราคาไข่ไก่”