ส่งออกปีหน้าเสี่ยงทรุดโตแค่ 0.8% หอการค้า ผวาภาษีทรัมป์–เอลนีโญ่รุมเขย่า

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การส่งออกยังถือเป็น “พระเอกสำคัญ” ของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 และมีแนวโน้มที่จะยังมีบทบาทต่อเนื่องในปี 2570 โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัว 17.8% และปีหน้าจะยังขยายตัวประมาณ 7.4%

การลงทุนด้าน AI และ Data Center เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดังกล่าว ทั้งจากการลงทุนโดยตรงและการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการผลิต การส่งออก และการลงทุนภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการส่งออกยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการพึ่งพาตลาดสหรัฐและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนด้านมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐ

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ผลสำรวจผู้ประกอบการสะท้อนว่า ปัญหาของแต่ละภาคธุรกิจแตกต่างกัน ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับภาษี ART และมาตรการด้านการค้ากับสหรัฐ ขณะที่ภาคเกษตรกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศ ราคาอาหาร และภัยแล้ง ส่วนภาคการค้าให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในอาเซียน

“ปัญหาของการส่งออกไม่ใช่ปัญหาในภาพกว้างทั้งหมด แต่เป็นปัญหาเฉพาะกลุ่ม เพราะฉะนั้นการแก้ไขต้องเป็นการแก้ไขตามจุดของแต่ละภาค” นายธนวรรธน์กล่าว

นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์และแนวโน้มการส่งออกไทยปี 2569-2570 ว่า สถาบันฯ ประเมินการส่งออกทั้งปี 2569 จะมีมูลค่าประมาณ 400.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.8% จากปี 2568 ที่มีมูลค่า 340.2 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 60.6 พันล้านดอลลาร์ โดยมีกรอบการเติบโตอยู่ที่ 15.3-20.5%

ส่วนปี 2570 การส่งออกไทยคาดว่าจะชะลอลงมาเติบโต 7.4% มีมูลค่าประมาณ 430.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ราว 29.7 พันล้านดอลลาร์ โดยมีกรอบการคาดการณ์กว้างตั้งแต่ 0.8-11.1% หรือคิดเป็นมูลค่า 404.2-445.3 พันล้านดอลลาร์ ตามแต่ละฉากทัศน์

ในกรณีฐาน การส่งออกสหรัฐปี 2570 คาดโต 7.4% เป็น 106.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Electronics โต 14.2% เป็น 103.7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการนำเข้าคาดโต 8.2% เป็น 478.6 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ดุลการค้าขาดดุลประมาณ 48.1 พันล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

สำหรับความแตกต่างระหว่างแต่ละฉากทัศน์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักทั้งอัตราภาษี ART มาตรการมาตรา 301 ของสหรัฐ ความต่อเนื่องของอุปสงค์ AI รวมถึงผลกระทบจากเอลนีโญต่อสินค้าเกษตร โดยกรณีแย่กว่าคาดส่งออกโตเพียง 0.8% ขณะที่กรณีดีกว่าคาดอาจขยายตัวได้ 11.1%

ทั้งนี้ไทยควรใช้ช่วงที่การส่งออกยังขยายตัวสูงเร่งกระจายฐานการเติบโตออกจากตลาดสหรัฐและสินค้า Electronics ซึ่งมีความเปราะบางต่อมาตรการภาษีและวัฏจักรสินค้า แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเร่งสรุปการเจรจา ART และเตรียมรับผลจากมาตรา 301 ของสหรัฐ เร่งปิดการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป เพื่อขยายตลาดที่มีการเติบโตสม่ำเสมอ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า

สำหรับสินค้าเกษตร ควรแยกแนวทางแก้ปัญหาให้ตรงกับสาเหตุ โดยข้าวและมันสำปะหลังมีปัญหาด้านปริมาณ จึงต้องเตรียมรับความเสี่ยงจากภัยแล้งและเอลนีโญ ขณะที่น้ำตาลมีปัญหาหลักด้านราคา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน