“อนุทิน” อนุมัติหลักการตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่ม 4 แห่ง คาดลงทุน 25,664 ล้านบาท ตั้งเป้าดึงโครงการรับสิทธิประโยชน์ 75,000 ล้านบาทใน 6 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี (EEC) ครั้งที่ 3/2569 โดยที่ประชุมเห็นชอบหลักการประกาศเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 4 แห่ง เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จากปัจจุบันที่มีเขตส่งเสริมฯ แล้ว 47 แห่ง

ทั้ง 4 โครงการมีมูลค่าเงินลงทุนเบื้องต้นรวมประมาณ 25,664 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล หุ่นยนต์ โลจิสติกส์ การแพทย์ และเศรษฐกิจสีเขียว

@เปิด 4 พื้นที่ลงทุนใหม่ เงินลงทุนรวมกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท

1. อีเทค สมาร์ท พาร์ค จ.ชลบุรี

ตั้งอยู่ใน อ.บ้านบึง บนพื้นที่กว่า 610 ไร่ มีเงินลงทุนประมาณ 19,750 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร คาดว่าเมื่อพัฒนาเต็มรูปแบบจะสร้างงานประมาณ 3,500–5,500 ตำแหน่ง

2. นิว ฮอไรซัน ซิตี้ จ.ชลบุรี

ตั้งอยู่ใน อ.ศรีราชา มีเงินลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายและธุรกิจเศรษฐกิจสีเขียว คาดว่าจะสร้างงานมากกว่า 1,200 ตำแหน่ง

3. เขตพนัสนิคม จ.ชลบุรี

มีเงินลงทุนเบื้องต้น 1,669 ล้านบาท รองรับ 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรชีวภาพ อาหาร หุ่นยนต์ ดิจิทัล โลจิสติกส์ และสุขภาพ คาดว่าจะสร้างงานในพื้นที่ประมาณ 7,750 ตำแหน่ง

4. เขตยานยนต์สมัยใหม่ ปลวกแดง จ.ระยอง

มีพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ เงินลงทุนเบื้องต้น 245 ล้านบาท มุ่งรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ และดิจิทัล พร้อมพัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับทักษะแรงงานและสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

@ตั้งเป้าดึงลงทุน 7.5 หมื่นล้านใน 6 เดือน เร่งโครงการใหญ่

ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนการดำเนินงานอีอีซี ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570 โดยตั้งเป้ามูลค่าโครงการที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการอีอีซีไว้ที่ 75,000 ล้านบาท พร้อมเร่งเตรียมความพร้อมโครงการสำคัญ ได้แก่ สนามบินอู่ตะเภา เมืองใหม่ EECiti ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) สำหรับนักลงทุน

เป้าหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนภาพรวมอีอีซีปี 2566–2570 ซึ่งกำหนดเป้าหมายเม็ดเงินลงทุนจริงสะสม 500,000 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์มวลรวมของ 3 จังหวัดอีอีซีเติบโต 6.3% และดัชนีความก้าวหน้าของคนเพิ่มขึ้น 2% เพื่อให้การลงทุนสร้างผลต่อเนื่องทั้งด้านการจ้างงาน รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

@ใช้ AI ตรวจแบบก่อสร้าง ลดเวลาพิจารณาเหลือราว 5 ชั่วโมง

อีอีซีเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ตรวจสอบแบบก่อสร้างผ่านระบบ One Stop Service หลังทดสอบระบบแล้วพบว่าสามารถตรวจแบบที่มีความซับซ้อนได้ภายในประมาณ 5 ชั่วโมง ช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาและเร่งให้โครงการลงทุนเริ่มดำเนินการได้เร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน นายอนุทินมอบหมายให้อีอีซีและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำงานร่วมกันใกล้ชิดขึ้น เพื่อลดความแตกต่างของเงื่อนไขและขั้นตอนระหว่างหน่วยงาน ให้บริการนักลงทุนได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจ AI, Big Tech โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และอุตสาหกรรมความแม่นยำสูง (Precision Industry) ที่มีแนวโน้มเข้ามาตั้งฐานการผลิตในพื้นที่

@เปิดพื้นที่ลงทุนต้องควบคู่คุมเข้มสิ่งแวดล้อม

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการอีอีซี กล่าวว่า หลักเกณฑ์เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้รับการออกแบบให้มีมาตรฐานเทียบเท่านิคมอุตสาหกรรม และบางเงื่อนไขเข้มงวดกว่า เช่น กำหนดให้นำน้ำกลับมารีไซเคิลอย่างน้อย 25% พร้อมจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังจัดตั้งเขตส่งเสริมฯ

ด้านนายอนุทินกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ความเสี่ยงน้ำท่วม ระบบระบายน้ำ และผลกระทบต่อชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมยืนยันว่าการส่งเสริมการลงทุนต้องดำเนินควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ลดมาตรฐานการกำกับดูแลหรือปล่อยให้เกิดมลพิษ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า เป้าหมายของอีอีซีไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเขตส่งเสริมหรือประกาศโครงการใหม่ แต่ต้องทำให้เกิดการลงทุนจริง ลดระยะเวลาที่นักลงทุนต้องใช้ในการเริ่มกิจการ และส่งต่อประโยชน์กลับสู่ประชาชนผ่านการสร้างงาน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน