“พรายพล” ชี้น้ำมันโลกพุ่ง 100–120 ดอลลาร์/บาร์เรล รัฐต้องยอมสูญรายได้ภาษีบางส่วน หากต้องการลดภาระประชาชนอย่างทั่วถึง จับตาความขัดแย้งคลี่คลาย

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการอิสระด้านพลังงาน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงราว 100–120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องปรับราคาขายปลีกในประเทศตามสถานการณ์ แต่โจทย์สำคัญคือจะบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างไรให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ หากรัฐบาลเลือกใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ควรพิจารณาลดทุกชนิด แทนการจำกัดความช่วยเหลือเฉพาะน้ำมันบางประเภท เพราะอาจทำให้ประชาชนบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ โดยสามารถออกแบบอัตราลดภาษีให้แตกต่างกัน ให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และดีเซล B20 ได้รับการลดภาษีมากกว่า ขณะที่น้ำมันชนิดอื่นลดลงในอัตราที่น้อยกว่า เพื่อกระจายประโยชน์ให้ทั่วถึง

“ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการช่วยเหลือเฉพาะจุด แต่เมื่อราคาน้ำมันขายปลีกปรับสูงขึ้นมาก รัฐบาลอาจต้องยอมสูญเสียรายได้จากภาษีบางส่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบรรเทาผลกระทบอย่างครอบคลุมมากขึ้น”

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันในช่วง 1–2 เดือนข้างหน้าประเมินว่า ยังมีโอกาสปรับลดลง หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย–ยูเครนผ่อนคลายลง โดยมองว่าปัจจัยทางการเมืองของสหรัฐ อาจมีผลต่อท่าทีของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

หากสถานการณ์ความขัดแย้งทั้งสองสมรภูมิบรรเทาลง ราคาน้ำมันโลกอาจลดลงมาอยู่ที่ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีโอกาสลงไปถึง 60–70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในกรณีที่เอื้ออำนวย ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในประเทศ และอาจทำให้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตเพื่อพยุงราคาในระดับเดิมอีกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน