เกษตรกรเช็กเลย! เปิด 3 ขั้นตอนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 1.7 แสนราย

นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่าจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ให้คำแนะนำ และเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินการผลิตทางการเกษตรได้โดยเร็ว

จากสถานการณ์อุทกภัย ช่วงระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 18 ตุลาคม 2569 จากข้อมูลรายงานเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 56 จังหวัด เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ประมาณ 1.7 แสนราย พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ จำนวน 1.831 ล้านไร่ ขณะนี้ดำเนินการสำรวจแล้ว 50 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 39.1 เกษตรกรได้รับผลกระทบ 51,689 ราย พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย ประมาณ 431,872.36 ไร่

แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว ประมาณ 333,785.49 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 73,552.36 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น 24,224.9 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะสำรวจและให้การช่วยเหลือแล้วเสร็จในช่วงเดือนธันวาคม 2569 โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งสำรวจและดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

สำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มี 3 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการ ดังนี้
1. ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร เกษตรกรต้องตรวจสอบว่าพืชที่ปลูกในพื้นที่ได้รับความเสียหาย ได้ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรให้เป็นปัจจุบัน ก่อนเกิดภัย หรือไม่ เนื่องจากทะเบียนเกษตรกรเป็นข้อมูลสำคัญในการตรวจสอบสิทธิการช่วยเหลือ

2. ยื่นแบบขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) เกษตรกรสามารถขอแบบ กษ 01 ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มผ่านเว็บไซต์ https://disaster.doae.go.th โดยต้องให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือนายกเทศมนตรี ตรวจสอบและรับรองความเสียหายตามกรณี ก่อนยื่นต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ

3. เข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศ หลังยื่นแบบแล้ว เกษตรกรต้องเข้าร่วมประชาคมและติดตามรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบ รวมถึงประกาศคัดค้าน ณ สถานที่ที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำหนด หากผ่านการตรวจสอบและมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ ธ.ก.ส. จะทยอยโอนเงินตามขั้นตอน โดยโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือจะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 เกษตรกรจึงควรติดตามข้อมูลจากสำนักงานเกษตรอำเภอและหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่พลาดขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เกิดภัย หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านท่าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน