ศูนย์วิจัยทองคำเผยผลสำรวจ GRC Gold Survey ส่วนใหญ่คาดราคาทองคำสัปดาห์นี้ปรับลดลง หลังราคาทองคำแท่งในประเทศร่วง 1,850 บาท/บาททองคำ ขณะที่เล่งหงษ์ฯ ชี้แรงขายอาจยังไม่จบ แต่กราฟเข้าสู่ภาวะ Oversold แนะรอรีบาวด์บริหารพอร์ต จับตาแนวรับ 61,000 บาทต่อบาททองคำ

ผู้เชี่ยวชาญ 62% มองทองคำขาลง นักลงทุน 60% คาดราคาลดต่อ

วันที่ 2 พ.ย. 2569 ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. 2569 ภายใต้ GRC Gold Survey พบว่า ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงลบต่อทิศทางราคา โดยจากผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 13 ราย มีจำนวน 8 ราย หรือ 62% คาดว่าราคาทองคำจะปรับลดลง มี 2 ราย หรือ 15% คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น และอีก 3 ราย หรือ 23% คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนทองคำจำนวน 335 ราย พบว่า 200 ราย หรือ 60% คาดว่าราคาทองคำจะปรับลดลงในสัปดาห์หน้า มี 101 ราย หรือ 30% คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น และอีก 34 ราย หรือ 10% คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อน สะท้อนให้เห็นว่าทั้งผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนส่วนใหญ่ยังระมัดระวังต่อทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น

ทองคำแท่งร่วง 1,850 บาท จับตาเลือกตั้งสหรัฐฯ-แรงขายหุ้นเทค

สำหรับสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำแท่ง 96.5% ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ เคลื่อนไหวในกรอบ 62,200-64,900 บาทต่อบาททองคำ โดยปิดตลาดที่ 62,250 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 1,850 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 64,100 บาท

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. 2569 ซึ่งจะส่งผลต่อดุลอำนาจในสภาคองเกรสและทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ มาตรการภาษี และกฎหมายงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยความไม่แน่นอนทางการเมืองและทิศทางนโยบายในอนาคตอาจส่งผลต่อความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ จากความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนต้องขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง รวมถึงทองคำ เพื่อนำเงินสดไปชดเชยหลักประกัน (Margin Calls) ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงกดดันจากการขายสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง

ตลอดจนติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของ ISM ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง อัตราการว่างงานเดือน ต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

เล่งหงษ์ฯ ชี้ทองคำเข้าสู่ภาวะ Oversold มีโอกาสรีบาวด์ แต่แรงขายยังไม่จบ

ด้าน น.ส.ภัทริน วชิรคพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 3,940-4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาปรับลดลงต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากกราฟราคาทองคำในทุกกรอบเวลา ทั้งรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวัน พบว่าเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) จึงมีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับและรีบาวด์ในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าราคาจะฟื้นตัวต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่ต้องติดตาม

โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) หากตัวเลขยังออกมาแข็งแกร่ง อาจเพิ่มความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

ขณะเดียวกัน แรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและความกังวลเกี่ยวกับการลงทุน AI ยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน โดยเมื่อเกิดแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยง นักลงทุนบางส่วนอาจจำเป็นต้องขายทองคำเพื่อนำเงินสดไปชดเชยหลักประกันในตลาดล่วงหน้า ทำให้ทองคำซึ่งปกติถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเผชิญแรงขายในระยะสั้นได้

อย่างไรก็ตาม มองว่าปัจจัยพื้นฐานของทองคำยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีความต้องการสะสมทองคำ ขณะที่ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและเป็นหลักประกันมูลค่าในระบบการเงินโลก ดังนั้น แรงขายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จึงอาจเป็นผลจากความตื่นตระหนกและการปรับสถานะการลงทุนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด

ชี้แนวรับ 61,000 บาท แนะนักลงทุนระยะสั้นรอจังหวะ ระยะยาวทยอยสะสม

สำหรับแนวโน้มการลงทุนระยะถัดไป ประเมินว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับลดลงได้อีก หากมีข่าวลบเข้ามากระทบตลาด แต่ในทางเทคนิคถือว่าเข้าสู่ระดับ Oversold ค่อนข้างมากแล้ว จึงมีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ โดยระดับราคาทองคำตลาดโลกที่ต้องจับตา ได้แก่ แนวรับแรกบริเวณ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 3,950 ดอลลาร์ และ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากสามารถทะลุระดับ 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะช่วยให้ภาพทางเทคนิคกลับมามีความชัดเจนมากขึ้น

ส่วนราคาทองคำในประเทศมองว่าระดับ 61,000 บาทต่อบาททองคำเป็นแนวรับสำคัญ แต่ทั้งนี้ไม่ต้องการให้หลุดลงไป โดยประเมินว่าระดับ 60,000 บาทต่อบาททองคำเป็นอีกระดับที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นใช้ความระมัดระวังและรอประเมินสถานการณ์ เนื่องจากแรงเทขายอาจยังไม่สิ้นสุด ขณะที่นักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวที่มีเงินเย็นสามารถทยอยสะสมได้ โดยไม่จำเป็นต้องเร่งเข้าซื้อทั้งหมดในครั้งเดียว ส่วนผู้ที่ยังไม่มีสถานะลงทุนอาจรอให้ทิศทางราคาชัดเจนขึ้น แม้อาจไม่ได้ซื้อในระดับราคาต่ำที่สุด แต่จะช่วยให้บริหารเงินลงทุนและความเสี่ยงได้เหมาะสมกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน