หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ยกระดับ LV The Place Bangkok ดึง 3 ศิลปินไทยร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย ขยาย Le Café Louis Vuitton เพิ่มเมนูอาหารที่ผสานรสชาติไทยกับเมนูซิกเนเจอร์ระดับโลก พร้อมเปิดตัวกระเป๋า Neverfull BB LV&I รุ่นพิเศษจำหน่ายเฉพาะกรุงเทพฯ แห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียใต้

Louis Vuitton พลิกโฉม LV The Place Bangkok รุกตลาดลักชัวรีเอเชีย
หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เดินหน้ารุกตลาดเอเชียแปซิฟิกในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2569 ด้วยการปรับโฉม ‘LV The Place Bangkok’ ณ ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ เปิดบทใหม่ของแลนด์มาร์กที่รวบรวมประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม ศิลปะ อาหาร และการช้อปปิ้งไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมขยายพื้นที่นิทรรศการระดับโลก Visionary Journeys ซึ่งร่วมสร้างสรรค์กับ โชเฮ ชิเงมัตสึ (Shohei Shigematsu) พาร์ตเนอร์แห่ง OMA และเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทย 3 รายร่วมถ่ายทอดผลงานศิลปะร่วมสมัยตลอดทั้งปี
หลุยส์ วิตตอง เปิดตัว LV The Place Bangkok เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งแรกที่ผสานประสบการณ์หลากหลายมิติของแบรนด์ไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งวัฒนธรรม ศิลปะการรังสรรค์อาหาร และการช้อปปิ้ง โดยการปรับโฉมครั้งนี้เป็นการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว พร้อมยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับแวดวงศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทย

ขยาย Visionary Journeys ดึง 3 ศิลปินไทยร่วมสร้างสรรค์
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การขยายพื้นที่นิทรรศการ Visionary Journeys ซึ่งออกแบบร่วมกับสถาปนิก โชเฮ ชิเงมัตสึ โดยเพิ่มพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยภายใน Trunkscape และปรับรูปแบบการเดินชมนิทรรศการให้มีความต่อเนื่องและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
Trunkscape เป็นงานศิลปะจัดวางเชิงสถาปัตยกรรมที่ประกอบขึ้นจากทรังก์ลายโมโนแกรมจำนวน 96 ใบ เรียงต่อกันเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนประตูสู่โลกแห่งนิทรรศการ โดยครั้งนี้จะปรับบทบาทเป็นพื้นที่นำเสนอผลงานวิดีทัศน์ของศิลปินไทย ซึ่งหมุนเวียนจัดแสดงตามฤดูกาล
หลุยส์ วิตตอง ร่วมมือกับ Bangkok Art Biennale ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์ พิรวุฒิ โปษยานนท์ และอดุลญา ฮุนตระกูล เชิญศิลปินไทย 3 ราย ได้แก่ นักรบ มูลมานัส ณิชชา โตทอง และไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้แนวคิด ‘อนาคตแห่งการเดินทาง — ระหว่างความทรงจำและจินตนาการ’ (The Future of Travel – Between Memory and Imagination) ถ่ายทอดความหมายของการเดินทางผ่านมุมมองทางศิลปะที่เชื่อมโยงความทรงจำและจินตนาการเข้าด้วยกัน
ผลงานชุดแรกเริ่มจัดแสดงตั้งแต่เดือนต.ค. 2569 ถึงสิ้นเดือนก.พ. 2570 เป็นผลงานของ นักรบ มูลมานัส ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ด้านศิลปะคอลลาจ โดยผสมผสานศิลปะตะวันตกแนวคลาสสิก วัฒนธรรมภาพของไทย และภาพทางประวัติศาสตร์ เข้าด้วยกันเป็นผลงานวิดีทัศน์แบบอิมเมอร์ซิฟที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับนิทรรศการ Visionary Journeys Bangkok โดยเฉพาะ ก่อนที่ศิลปินอีก 2 รายจะเข้ามาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนนำเสนอผลงานในช่วงถัดไป

ภายในนิทรรศการยังแบ่งออกเป็นหลายห้องจัดแสดง เริ่มจากห้อง Origins ที่นำเสนอจุดเริ่มต้นของหลุยส์ วิตตอง ผ่านเอกสารจดหมายเหตุและทรังก์หายาก อาทิ Canteen Trunk ปี 1895 สำหรับจัดเก็บชุดช้อนส้อม Picnic Trunk ปี 1909 และ Library Trunk ปี 1932 สะท้อนพัฒนาการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรจุสัมภาระสู่เมซงแฟชั่นระดับโลก
ห้อง Asnières นำเสนอเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ ถ่ายทอดเรื่องราวบ้านประจำตระกูลวิตตองและเวิร์กช็อปเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1859 ณ ชานกรุงปารีส ซึ่งเป็นแหล่งสืบทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือของเมซงมาจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่ห้อง Workshop เปิดเผยกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ตั้งแต่การพัฒนารูปแบบไปจนถึงขั้นตอนการผลิตอันประณีต พร้อมการสาธิตฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ ส่วนห้อง Collaborations นำเสนอผลงานความร่วมมือกับศิลปินระดับโลก อาทิ Marc Jacobs และ Stephen Sprouse, Takashi Murakami, Yayoi Kusama ตลอดจน Virgil Abloh และ NIGO® ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปะและแฟชั่น

นอกจากนี้ ห้อง Fashion ยังจัดแสดงผลงานเสื้อผ้า เครื่องหนัง รองเท้า และแอกเซสซอรีจากคอลเลกชันสำคัญของเมซง ผ่านวิสัยทัศน์ของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในแต่ละยุค ทั้ง Marc Jacobs, Virgil Abloh, Nicolas Ghesquière และ Pharrell Williams ก่อนปิดท้ายด้วยห้อง Souvenirs พื้นที่อินเทอร์แอกทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเก็บของที่ระลึกจากการเดินทางครั้งนี้

ขยาย Le Café เพิ่มประสบการณ์อาหารไทยผสานเมนูระดับโลก
นอกจากการยกระดับนิทรรศการแล้ว LV The Place Bangkok ยังขยายประสบการณ์ด้านอาหารผ่าน Le Café Louis Vuitton โดยเพิ่มพื้นที่ให้บริการบนชั้น 2 จากเดิมที่เปิดให้บริการบริเวณชั้น G เพื่อรองรับทั้งมื้อกลางวัน ช่วงน้ำชายามบ่าย และมื้อค่ำ
เชฟ Christophe Grilo พร้อมทีมเชฟท้องถิ่นจาก Louis Vuitton Culinary Community ร่วมกันพัฒนาเมนูที่ผสมผสานอาหารซิกเนเจอร์ของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจุดหมายปลายทางทั่วโลก เข้ากับเอกลักษณ์ของวัตถุดิบและรสชาติอาหารไทย

เปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ วางขายเฉพาะกรุงเทพฯ
สำหรับพื้นที่ค้าปลีก The Store ยังคงนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัย พร้อมเปิดตัวกระเป๋า Neverfull BB LV&I ใน 3 เฉดสี ได้แก่ Monogram, Monogram Dune และ Monogram Eclipse ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านหลุยส์ วิตตอง ณ LV The Place Bangkok แห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียใต้
ลูกค้ายังสามารถปรับแต่งกระเป๋าให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านตัวเลือกสายกระเป๋า กระเป๋าซองด้านใน และพวงกุญแจตกแต่งกระเป๋า (Keybell) ได้ตามความต้องการ
การปรับโฉม LV The Place Bangkok ครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดประสบการณ์ของหลุยส์ วิตตอง ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอสินค้าแฟชั่น แต่ขยายไปสู่การสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรม ศิลปะ และอาหาร โดยมีกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ข้อมูลเข้าชม LV The Place Bangkok
ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ ชั้น G-2 เลขที่ 496-502 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดย นิทรรศการ Visionary Journeys เปิดให้เข้าชมเวลา 10.00-20.00 น. ส่วน Le Café Louis Vuitton เปิดให้บริการเวลา 10.00-22.00 น. ขณะที่ร้านค้าเปิดให้บริการเวลา 10.00-21.00 น.
ผู้สนใจสามารถจองเข้าชมนิทรรศการ Visionary Journeys Bangkok ผ่านลิงก์ Visionary Journeys Bangkok และใช้บริการ Le Café Louis Vuitton โดยจองผ่านลิงก์ Le Cafe Louis Vuitton