“เอกนัฏ” เพิ่มก๊าซธรรมชาติในประเทศ ลดพึ่งพานำเข้ามอบสิทธิ ปตท.สผ. สำรวจ 2 แปลงใหม่ต่อยอดแหล่งสินภูฮ่อม คาดสร้างรายได้รัฐกว่า 6 หมื่นล.
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ท่ามกลางวิกฤติพลังงานโลกที่ยืดเยื้อและราคาเชื้อเพลิงนำเข้าที่ยังผันผวน รัฐบาลเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานที่ผลิตได้เองในประเทศ ทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ B20 และ E20 ซึ่งมียอดใช้รวมกว่า 9 ล้านลิตรต่อวัน ณ สิ้นเดือนต.ค. ช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มและหนุนราคาผลปาล์มขยับขึ้นแตะ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน
ล่าสุดเดินหน้าเพิ่มแหล่งก๊าซธรรมชาติบนบกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยกระทรวงพลังงานมอบสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 ให้แก่บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานหลุมผลิต D ของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม บนภูฝอยลม จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซสำคัญของภาคอีสาน
นายเอกนัฏกล่าวว่า ก๊าซธรรมชาติทุกลูกบาศก์ฟุตที่ผลิตได้ในประเทศ ช่วยลดความจำเป็นในการนำเข้าและแข่งขันจัดซื้อพลังงานจากตลาดโลก รัฐบาลจึงเร่งเปิดพื้นที่สำรวจแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพ ทั้งบนบก ใต้ดิน และพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาประชาชน เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของพลังงานโลก
สำหรับแปลง L1/66 และ L3/66 ตั้งอยู่ติดกับแหล่งสินภูฮ่อม หากสำรวจพบก๊าซในปริมาณที่คุ้มค่าต่อการพัฒนา จะสามารถเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการลงทุน โดยระยะแรกจะดำเนินการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนและเจาะหลุมสำรวจ คาดใช้เวลาประมาณ 3 ปี
ขณะที่ฐานหลุมผลิต D ของแหล่งสินภูฮ่อมเริ่มผลิตเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 ก๊าซที่ได้จะส่งผ่านท่อไปยังสถานีผลิตกลาง จ.ขอนแก่น ก่อนป้อนเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง
ทั้งนี้ การพัฒนาแหล่งก๊าซดังกล่าวมีประโยชน์ต่อประเทศ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคงพลังงาน เพิ่มปริมาณก๊าซในประเทศเพื่อป้อนโรงไฟฟ้าน้ำพอง รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคอีสานในระยะยาวอย่างน้อย 25 ปี
ด้านรายได้รัฐ หากทั้ง 2 แปลงและแหล่งสินภูฮ่อมสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ คาดสร้างรายได้จากค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียมรวมกว่า 60,000 ล้านบาท โดยรัฐได้รับเงินตอบแทนการลงนามสัญญา (Signature Bonus) แล้ว 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100 ล้านบาท แปลงละราว 50 ล้านบาท นำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
และ ด้านเศรษฐกิจ คาดดึงเม็ดเงินลงทุนสำรวจประมาณ 2,000 ล้านบาท สร้างงานและกระจายรายได้สู่พื้นที่และธุรกิจต่อเนื่อง
การเร่งสำรวจครั้งนี้จึงเป็นอีกแนวทางเพิ่มแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเดิม หากค้นพบปริมาณสำรองที่คุ้มค่าต่อการผลิต จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและระบบไฟฟ้าของภาคอีสานในระยะยาว