กรมชลประทานเริ่มบริหารน้ำฤดูแล้ง 1 พ.ย. จัดลำดับใช้น้ำอุปโภคบริโภค–รักษาระบบนิเวศก่อน เร่งสำรองน้ำรับมือฝนทิ้งช่วงปีหน้า พร้อมทยอยลดระบายน้ำ
นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามปริมาณน้ำและวางแผนบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน
นายสันติ เปิดเผยว่ากรมชลประทานเริ่มแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2569/70 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. หลังสิ้นสุดการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนเมื่อวันที่ 31 ต.ค. โดยเน้นจัดสรรน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการของแต่ละภาคส่วน พร้อมสำรองน้ำรองรับช่วงต้นฤดูฝนปี 2570 ซึ่งมีความเสี่ยงฝนทิ้งช่วงในเดือนพ.ค.-ก.ค.
ข้อมูล ณ วันที่ 2 พ.ย. 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 63,984 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 83% ของความจุอ่างฯ
ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำรวม 18,936 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 76% ของความจุอ่างฯ
สำหรับการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง จะให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นลำดับแรก ตามด้วยภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่น ๆ ควบคู่กับการสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2570 โดยเฉพาะเดือนพ.ค.-ก.ค. ที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วง เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ
ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยา
กรมชลประทานทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันอยู่ที่ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะพิจารณาปรับลดเพิ่มเติมตามแนวโน้มปริมาณน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนและรักษาสมดุลน้ำทั้งลุ่มน้ำ
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังเร่งแก้ไขปัญหาอุทกภัยจากฤดูฝนที่ผ่านมา หลังมีพื้นที่ประสบภัยรวม 62 จังหวัด แม้สถานการณ์ส่วนใหญ่คลี่คลายแล้ว แต่ยังเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 จังหวัด โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ พร้อมช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามปริมาณฝนและสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด รวมถึงความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบปริมาณฝน พร้อมปรับแผนจัดสรรและสำรองน้ำตามสถานการณ์จริง และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูแล้งปี 2569/70