‘วราวุธ’ เปิดปฏิบัติการตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลและจัดการของเสียอุตสาหกรรม 105 และ 106 วันแรก 5 จังหวัด 80 โรงงาน สั่งหยุดกิจการชั่วคราว 1 แห่ง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานผลการปฏิบัติการตรวจสอบโรงงานจากนายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการตรวจสอบ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เปิดปฏิบัติการตรวจสอบ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับโรงงานประกอบกิจการลำดับที่ 105 และ 106 เพื่อให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด โดยตั้งเป้าตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศจำนวน 3,049 แห่ง
สำหรับการปฏิบัติการวันแรก ได้ลงพื้นที่กลุ่ม A ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ โดยจัดทีมตรวจสอบจังหวัดละ 10 ทีม รวมทั้งสิ้น 50 ทีม มีผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าคณะปฏิบัติงานแต่ละชุด
พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น
ผลการตรวจสอบวันแรกพบว่า สามารถเข้าตรวจโรงงานได้ทั้งหมด 80 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 26 แห่ง โรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 52 แห่ง และโรงงานลำดับอื่นอีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานอัดเศษโลหะและโรงงานหลอมผลิตภัณฑ์จากพลาสติก
จากการตรวจสอบพบโรงงานที่เข้าข่ายต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวม 64 แห่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้
– สั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราว 1 แห่ง พร้อมให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง
– สั่งให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน 63 แห่ง ตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง
นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจากส่วนกลางยังได้ตรวจสอบข้อมูลโรงงานอีก 3 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคำสั่งปิดโรงงาน อันจะมีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาต โดยโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี และฉะเชิงเทรา คาดว่าจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ในเร็ว ๆ นี้
นายวราวุธกล่าวว่า การระดมกำลังตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นการปฏิบัติการครั้งแรกของชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบโรงงานเป็นไปอย่างเข้มข้นและทั่วถึงมากขึ้น โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกชุดให้ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าตัดสินใจภายใต้กรอบกฎหมาย และยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจะเดินหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่กำหนด จนกว่าจะครบเป้าหมายโรงงาน 3,049 แห่ง พร้อมยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อให้โรงงานทุกแห่งดำเนินกิจการตามมาตรฐานและไม่สร้างผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม