ลุ้นสหรัฐฯหั่นภาษีแรงงานไทยเหลือ10%-น้ำมันโลกร่วง 9.7% หากเดโมแครตคว้าชัย
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดเผยถึงผลเลือกตั้งกลางเทอม 2026 สหรัฐอเมริกาที่มี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยว่าผลการเลือกตั้งในช่วงเดือนพ.ย. 2567ที่ผ่าน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา โดยชนะ 220 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และมีเสียงรวม 53 ที่นั่งในวุฒิสภา ต่อมาก่อนเลือกตั้งกลางเทอมปี2569 พรรครีพับลิกันมี ส.ส. สังกัดพรรค 218 คน และ ส.ว. 53 คน
และในวันที่ 4 พ.ย. 2569 ตามเวลาไทย สำนักต่างๆ ได้คาดการณ์การเลือกตั้งกลางเทอมช่วงปิดหีบเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งในสภาผู้แทนราษฎร แต่วุฒิสภายังสูสี
ดังนั้นหากเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา จะผลดีต่อสงครามอิหร่านและเศรษฐกิจโลก โดยได้คาดการณ์ออกเป็น 2 ฉากทัศน์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ นโยบายในประเทศ สงครามอิหร่าย ภาษีทรัมป์ และนโยบายกีดกันทางการค้าที่แตกต่างกันได้แก่
ฉากทัศน์ที่1 มีโอกาสเกิดขึ้น65% กรณีเดโมแครตได้ทั้งสองสภา และเดโมแครตได้สภาล่าง หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา พรรคจะมีอำนาจต่อรองเรื่องงบประมาณสำหรับปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน และมีช่องทางมากขึ้นในการผลักดันกฎหมายจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการขึ้นภาษีนำเข้า หากการเจรจากับอิหร่านคืบหน้าและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซคล่องตัวขึ้น อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดจาก 103.60 เหลือ 93.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือลดลง 9.7% หากต้นทุนที่ลดลงส่งผ่านจนราคาน้ำมันขายปลีกในไทยลดลง 3–5% และสินค้ากลุ่มนี้มีน้ำหนัก 5% ในตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภค ผลโดยตรงจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในช่วงเดียวกันต่ำกว่ากรณีฐานประมาณ 0.15–0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อปัจจัยอื่นเป็นไปตามกรณีฐาน
สำหรับสินค้าไทยที่เจอภาษีนำเข้า ตามมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ ที่ 12.5% มีโอกาสที่จะต่ำลงเหลือ10% เพราะมีสภาคองเกรสเสียงข้างมากจะออกกฎหมายลดอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ อัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อของไทยจะเป็นไปตามเป้าหมาย
ฉากทัศน์ที่2มีโอกาสเกิดขึ้น35% กรณีเดโมแครตได้สภาล่าง รีพับลิกันได้วุฒิสภา ราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวที่ 103.60 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือต่ำกว่า 100 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ขึ้นกับการเจรจา,ภาษีนำเข้าสินค้าจากแรงงานทาสจะคงที่ที่12.5%
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยควรเร่งดำเนินการ 4 ประเด็นสำคัญดังนี้1.เจรจาลดภาษีสหรัฐฯ หารือกับ USTR เพื่อลดภาษีมาตรา 301 จาก 12.5% เหลือ 10% และขอทบทวนภาษีรายสินค้า2.เตรียมหลักฐานให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ จัดเก็บข้อมูลถิ่นกำเนิดวัตถุดิบและหลักฐานด้านแรงงานให้พร้อม3.รับมือราคาน้ำมันผันผวน ติดตามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเตรียมช่วยกลุ่มเปราะบางหากต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและ4.รักษาตลาดสหรัฐฯ และกระจายตลาดส่งออก เทียบภาษีกับคู่แข่งรายสินค้า เพื่อรักษาคำสั่งซื้อเดิมและหาตลาดใหม่