เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ ปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจศูนย์การค้า รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และการใช้ชีวิตมากกว่าการช้อปปิ้ง

ผู้บริโภคเปลี่ยนเกม รีเทลต้องขายประสบการณ์มากกว่าสินค้า

นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า ธุรกิจศูนย์การค้ากำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าถึงข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือและช่องทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว มีทางเลือกมากขึ้น สามารถเปรียบเทียบสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ขณะเดียวกันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความสะดวก และการใช้เวลามากกว่าการเดินทางมาซื้อสินค้าในศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว

โจทย์สำคัญของธุรกิจจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มร้านค้าหรือสินค้า แต่ต้องสร้างเหตุผลให้ลูกค้าอยากเดินทางมาใช้บริการ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทปรับกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “6 Destination Plus One Integrated Experience” พัฒนาศูนย์การค้าให้เป็นจุดหมายของการใช้ชีวิต ครอบคลุมอาหาร แฟชั่น บ้านและเทคโนโลยี สุขภาพและเวลเนส เด็ก และความบันเทิง พร้อมเพิ่มกิจกรรม เทศกาล และประสบการณ์ใหม่ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

เปิด Ploen-Riva สองโมเดลใหม่ ปรับพอร์ตธุรกิจโรบินสัน

การปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้นำไปสู่การพัฒนาแบรนด์ใหม่ 2 รูปแบบ ได้แก่ “Ploen (เพลิน)” และ “Riva” เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจจากศูนย์การค้ารูปแบบเดิมไปสู่พื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่หลากหลาย

สำหรับ Ploen เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ภายใต้แนวคิด Community-centric Development ที่ให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา แตกต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วไปที่เน้นการรวมร้านค้า โดยต้องสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในระยะยาว

องค์ประกอบสำคัญประกอบด้วย Tops Supermarket เป็นร้านค้าหลัก ตลาดอาหารพร้อมรับประทานที่รวบรวมร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังประมาณ 200 ร้าน บริการที่รองรับการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง ร้านค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตลอดวัน การจัดกิจกรรมและอีเวนต์ ตลอดจน Co-creation Space สำหรับครอบครัว เด็ก และสัตว์เลี้ยง

โครงการแรกคือ “Ploen Rangsit” ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการรวม 322 ไร่ บริเวณถนนรังสิต-นครนายก คลอง 5 โดยเฟสแรกพัฒนาพื้นที่ 24 ไร่ มีพื้นที่อาคารรวมกว่า 16,000 ตร.ม. รวบรวมร้านค้าและแบรนด์กว่า 220 แบรนด์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท คาดมีทราฟฟิกมากกว่า 15,000 คนต่อวัน เตรียมเปิดไตรมาส 3 ปี 2570 บริษัทวางแผนขยาย Ploen เพิ่มอีก 3 โครงการในปี 2571 และอีก 3 โครงการในปี 2572

ส่วน Riva เป็นศูนย์การค้ารูปแบบ Recreation-led Retail Destination ที่มุ่งพัฒนาพื้นที่โดยให้กิจกรรมนันทนาการ ความบันเทิง และการใช้ชีวิตเป็นตัวนำ ขณะที่ร้านค้าและธุรกิจค้าปลีกเป็นองค์ประกอบที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์

แนวคิดดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนจากการให้รีเทล หรือห้างค้าปลีกเป็นตัวนำ มาเป็น Recreation เป็นตัวนำ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเดินทางมาใช้ชีวิต แม้ไม่มีเป้าหมายเพื่อซื้อสินค้าโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน พบปะเพื่อนฝูง รับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับทำเลขนาดใหญ่ในพื้นที่ชานเมือง มีทางเข้าออกหลายเส้นทาง มีฐานประชากรและโครงการที่อยู่อาศัยรองรับ รวมถึงเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรบินสันยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของบริษัท โดยเดินหน้าปรับปรุงสาขาเดิม เพิ่มแบรนด์และบริการให้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการขยายสาขาใหม่ เพื่อให้ทั้งโรบินสัน Ploen และ Riva สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

ทุ่มลงทุน 7 โครงการใน 3 ปี ปักหมุดโรบินสันหนองคาย

สำหรับแผนลงทุน บริษัทวางเป้าหมายพัฒนาโครงการใหม่รวม 7 โครงการภายใน 3 ปี ครอบคลุมการขยาย Ploen ในกรุงเทพฯ เมืองใหญ่ และเมืองท่องเที่ยว ควบคู่กับการพัฒนา Riva และการขยายสาขาโรบินสันในต่างจังหวัด

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “โรบินสันหนองคาย” บนพื้นที่ 33 ไร่ มีพื้นที่รวม 53,000 ตร.ม. รวบรวมร้านค้าและแบรนด์มากกว่า 300 แบรนด์ ตั้งเป้าดึงลูกค้าเฉลี่ย 25,000 คนต่อวัน และเตรียมเปิดให้บริการในปี 2570

“บริษัทเลือกหนองคายจากศักยภาพทำเลชายแดนที่สามารถรองรับกำลังซื้อจากทั้งประชาชนในพื้นที่และนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว รวมถึงลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมองว่าการเชื่อมโยงกำลังซื้อข้ามพรมแดนจะช่วยสร้างฐานลูกค้าให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทเคยดำเนินการในพื้นที่แม่สอดและมุกดาหาร”

นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดโรบินสันใหม่อีก 1 สาขาในปี 2571 และอีก 1 สาขาในปี 2572 พร้อมปรับปรุงศูนย์การค้าเดิมอย่างต่อเนื่องให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2573 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว

เศรษฐกิจยังชะลอตัว แต่ทราฟฟิกศูนย์การค้าโต 10%

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ นายเลิศวิทย์ประเมินว่ายังคงมีความไม่แน่นอนจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ และภาวะชะลอตัวอาจดำเนินต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม บริษัทพบว่าจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการศูนย์การค้า หรือทราฟฟิก มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเติบโตประมาณ 10% แม้ภาพรวมกำลังซื้อจะอยู่ในภาวะชะลอตัว สะท้อนว่าการปรับรูปแบบศูนย์การค้าให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเดินทางมาใช้บริการได้มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว

ผู้บริหารระบุว่า หัวใจสำคัญคือการทำความเข้าใจลูกค้าในแต่ละสถานการณ์และช่วงเวลาของปี ก่อนนำข้อมูลมาวางแผนปฏิบัติการให้เหมาะสมกับศูนย์การค้าแต่ละสาขา เนื่องจากกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

บริษัทจึงมองว่าการสร้างประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและกระตุ้นการใช้จ่าย โดยแนวโน้มทราฟฟิกที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า

จับตาความเสี่ยงธุรกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว บริษัทให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารแผนลงทุนให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละทำเลและภาวะตลาด เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน