นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังปิดการยื่นหลักฐานแสดงคุณสมบัติเบื้องต้นในการประมูลขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย 2 แหล่งในแหล่งเอราวัณ และแหล่งบงกช ในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ว่า สรุปมีเอกชนเข้าแสดงหลักฐานแสดงคุณสมบัติเบื้องต้นในแปลงสำรวจทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 (แหล่งเอราวัณ) ที่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2565 จำนวนทั้งสิ้น 5 บริษัท ได้แก่ Chevron Thailand Holdings Ltd., บริษัท PTTEP Energy Development Company Limited, บริษัท MP G2 (Thailand) Limited, บริษัท Total E&P Thailand และบริษัท OMV Aktiengesellschaft
สำหรับแปลงสำรวจหมายเลข G2/61 (แหล่งบงกช) อายุสัมปทานสิ้นสุดในปี 2566 มี 4 ราย ได้แก่ ได้แก่ Chevron Thailand Holdings Ltd., บริษัท PTTEP Energy Development Company Limited, บริษัท MP G2 (Thailand) Limited และบริษัท OMV Aktiengesellschaft
“วันนี้ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ได้ผู้ร่วมแข่งขันถือว่ามากและหลากหลายเหมาะสม เพราะจะมีผู้ประกอบการที่คุ้นเคยทั้งสองแหล่ง เช่น เชฟรอนที่เป็นผู้ดำเนินการหลักในแหล่ง G1 อยู่แล้ว ก็เข้าลงแข่งขันในแหล่ง G2 ด้วย และปตท.สผ. ที่เป็นผู้ดำเนินการหลักในแหล่ง G2 อยู่ในปัจจุบัน ก็ลงแข่งขันในแหล่ง G1 เช่นกัน สะท้อนการแข่งขันกันอย่างจริงจัง แต่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ยืนยันจะพิจารณาด้วยความเท่าเทียมกัน ไม่เอื้อประโยชน์ให้รายใดรายหนึ่งแน่นอน”
โดยหลังจากนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะใช้เวลา 10 ในการพิจารณาก่อนประกาศในวันที่ 28 พ.ค.นี้ผ่านทางเว็บไซต์ โดยผู้ที่จะผ่านขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้น และมีสิทธิเข้าร่วมประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในแหล่งเอราวัณ จะต้องมีกิจการที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่างปี 2559-2560
ส่วนแหล่งบงกจะต้องมีกิจการที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2559-2560 และยังต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินงานการผลิตปิโตรเลียมในทะเลอย่างน้อย 1 แหล่งในอัตราการขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันระหว่างปี 2559-2560 ด้วย