นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ล่าสุดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. … มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมเดิมที่เป็นอุตสาหกรรมหลัก เช่น ยานยนต์ และอุตสาหกรรมใหม่ เช่น หุ่นยนต์ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ช่วยยกระดับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีกว่า 3 ล้านราย เป็นแรงขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0

“ไทยมีเป้าหมายพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่ 4.0 ซึ่งเกาหลีมีเทคโนโลยีเป้าหมายที่ไทยต้องการนำไปสู่โอกาสในการลงทุนใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรมไบโอชีวภาพที่ไทยต้องสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อยกระดับสินค้าไทย โดยเตรียมนำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ (ไบโออีโคโนมี) ระยะ 2 เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเร็วๆ นี้ เพราะประเทศไทยกำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี สร้างฐานการลงทุนใหม่ ไม่ใช่ขับเคลื่อนด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น โดยจะให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศให้ครอบคลุมและยั่งยืน ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจมีความสมดุลนำเศรษฐกิจไทยไปสู่ยุคดิจิตอล”

ทั้งนี้ ภายหลังนักลงทุนเกาหลีเข้าพบในวันเดียวกัน ไทยและเกาหลี เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายในระยะสั้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ หุ่นยนต์ ไบโอชีวภาพ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่เกาหลีมีจุดแข็ง เพื่อร่วมกันจัดทำแผนความร่วมมืออุตสาหกรรม 4.0 คาดจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ โดยแต่งตั้งนายณัฐพล รังสิตพล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เป็นตัวแทนไทยในคณะทำงานร่วมยกร่างแผนความร่วมมืออุตสาหกรรม 4.0 ระยะสั้น ทำหน้าที่ประสานงานกับกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย การส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี การพัฒนาบุคลากร และขับเคลื่อนเอสเอ็มอีมีขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า หลังจากพ.ร.บ.อีอีซี มีผลบังคับใช้แล้ว ต่อไปจะต้องตั้งคณะกรรมการอีอีซี ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมรวม 14 คน จากเดิม 7 คนให้เสร็จภายใน 60 วัน ส่วนการแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานมีกำหนดต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วันตามแนวทางที่กำหนด

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ปี 2553-2560 มีบริษัทชั้นนำจากเกาหลีใต้ลงทุนในประเทศไทยแล้วกว่า 230 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกันกว่า 38,800 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าในอนาคตด้วยนโยบายส่งเสริมการลงทุนไทยจะทำให้นักธุรกิจเกาหลีเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น

ด้านนายเพค อุน-กยู รมว.การค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน สาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักธุรกิจเกาหลีเข้ามาลงทุนในไทยแล้วไม่น้อยกว่า 400 บริษัท ทำให้เกิดการจ้างงานไม่น้อยกว่า 3 หมื่นตำแหน่ง ช่วยกระตุ้นอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมาก ด้วยจุดแข็งที่เกาหลีมองประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และมีอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก สะท้อนการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของเกาหลีที่มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และพลังงานทดแทน เป็นต้น

“อยากให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นระหว่างกัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเท่าทัน เราจะเห็นแก่ตัวไม่ได้เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางการค้า ดั่งสุภาษิตโบราณที่ว่า ทำนาต้องเอากล้า ทำปลาต้องเอาเกลือ เพราะไทยและเกาหลีเป็นประเทศที่เน้นพึ่งพาการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศจะใช้โอกาสนี้ร่วมมือกันขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน