นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเนื่องจากสภาพแวดล้อมทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลต่ออารมณ์ในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค ซึ่งในขณะนี้เองมีเพียงสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ยังไม่เอื้อให้ผู้บริโภคตัดใจซื้อ หรือชะลอการตัดสินใจซื้อโดยเฉพาะการซื้อที่อยู่อาศัย แต่อย่างไรก็ดีหากมองย้อนกลับไปดูประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ มีผลทำให้สภาพตลาดปรับตัวลงไปต่ำที่สุด แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์มาได้ ความต้องการซื้อจะตีกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นความจำเป็นหนึ่งในการดำรงชีวิต และเมื่อมีการขยายครอบครัว หรือมีการย้ายถิ่นฐาน ก็ทำให้มีความต้องการซื้อบ้านเกิดขึ้นตลอดเวลา

เลอศักดิ์ จุลเทศ

เลอศักดิ์ จุลเทศ

ยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล โดยเฉพาะระบบรถไฟฟ้าที่ขยายตัวออกไป จะมีส่วนในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) ตลอดจนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็มีส่วนในการผลักดันให้จีดีพีขยายตัวตามไปด้วย ส่งผลด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคให้เติบโตขึ้น ขณะเดียวกันถ้าดูจากผลประกอบการของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ช่วง 3 ไตรมาสแรกปีนี้ ที่มีการเติบโต 4.1% ส่วนต่างจังหวัดขยายตัว 12% แต่เนื่องจากในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกของไตรมาส 4 ที่สภาพการขายเริ่มชะลอตัวจากสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อแต่เชื่อว่าถึงสิ้นปีตลาดน่าจะทรงตัว แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไป เชื่อว่าทุกอย่างจะกลับมา

ในส่วนของบริษัทยังคงเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 4 อย่างต่อเนื่อง ที่เหลือจากแผนทั้งหมด 18-20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งช่วงต้นไตรมาสเปิดตัวไปแล้ว 9-10 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท และ 9 เดือนแรกเปิดไปแล้ว 52 โครงการ มูลค่ารวม 42,000 ล้านบาท ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวบ้านต้นแบบ “เดอะแพลนท์ เอสทีค พัฒนาการ 38″เป็นการพัฒนาโครงการแนวราบแนวคิดใหม่ที่เน้นการนำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการก่อสร้าง โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนวัตกรรมที่อยู่อาศัยจากเยอรมนี พัฒนารูปแบบ “Pruksa Plus House”เพื่อนำร่องโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการ 4 ด้านในอนาคต ได้แก่ 1.บ้านแข็งแรงปลอดภัยด้วยนวัตกรรม “พฤกษา พรีคาสท์” 2.บ้านที่ใส่ใจสุขภาพและผู้สูงอายุ 3.บ้านประหยัดพลังงาน และ 4.บ้านทันสมัยที่นำแอพพลิเคชั่นมาประยุกต์ใช้ในการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า

สำหรับรายได้ในปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายไว้ที่ 51,000 ล้านบาท โดยปรับลดจากเป้าหมายเดิมตั้งแต่ต้นปีที่คาดว่าจะทำได้ 53,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 4 บริษัทเตรียมทยอยโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดมิเนียมให้ลูกค้า 10,320 ล้านบาท จากยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด 27,400 ล้านบาท และมีมูลค่าโครงการที่มีจำนวนยูนิตพร้อมขายและพร้อมโอนอยู่อีกกว่า 7,000 ล้านบาท จากจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 181 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 80,000 กว่าล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน