นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบ มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2559 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยกำหนดให้ค่าใช้จ่าย ที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวและค่าที่พักในโรงแรม สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศระหว่างวันที่ 1-31ธ.ค.2559 สามารถนำมาหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 15,000 บาท ตามที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางท่องเที่ยวในประเทศด้วย เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไม่ให้เกิดไหลออกไปนอกประเทศ และนอกจากนั้นยังเป็นการดึงให้ผู้ประกอบการ มัคคุเทศก์ และโรงแรมให้เข้าสู่ระบบที่ถูกกฎหมายมากขึ้นด้วย โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุมครม.ด้วยว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกกฎหมาย ตามที่ช่วงนี้มีข่าวปรากฎให้เห็น

“ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการในลักษณะเดียวกันนี้สำหรับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 15,000 บาท ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.2559 ดังนั้น 2 มาตรการนี้ รวมกันจะหักภาษีได้ไม่เกิน 30,000 บาท ดังนั้นใครที่ทั้งปีนี้ ยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย หากมาเที่ยวในช่วงจนเดือนธ.ค.นี้ก็จะหักภาษีได้ 30,000 บาท โดยกระทรวงการคลังได้ประเมินว่า มาตรการภาษีในเรื่องนี้จะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 150 ล้านบาท แต่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกิดการใช้จ่ายของประชาชนและเป็นการส่งเสริมและฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวผลจากการปราบปรามการท่องเที่ยวที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น”นายณัฐพร กล่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ในวันที่ 29 พ.ย.ยังไม่ได้มีการพิจารณามาตรการช้อปช่วยชาติ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทยอยเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในช่วงต่อไป

ด้านนางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ กล่าวว่า มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวในประเทศคึกคักมากขึ้น หลังจากพบว่าในช่วงเดือนพ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วนั้นอัตราการเข้าพักของคนไทยลดลงจากปีที่ผ่านมา 15% ดังนั้นหากมีมาตรการออกมากระตุ้นในเดือน ธ.ค. คาดว่าจะช่วยปลุกกระแสการท่องเที่ยวทางภาคเหนือในช่วงฤดูหนาวให้เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะช่วยให้มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 90% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าหากไม่มีมาตรการกระตุ้นจะอยู่ที่ 65-75%

นอกจากนี้การออกมาตรการดังกล่าวจะยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการโรงแรมทางภาคเหนือ โดยเฉพาะในจ.เชียงใหม่ ให้ความสำคัญกับการเข้ามาสู่ระบบการจดทะเบียนเป็นโรงแรมถูกกฎหมายให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันโรงแรมในจ.เชียงใหม่ที่มีประมาณ 40,000 ห้อง เป็นสมาชิกของสมาคมประมาณ 20% เท่านั้น และในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่พบว่ามีโรงแรมใดๆ เข้ามาขอสมัครเป็นสมาชิกกับสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือเลย ทั้งๆที่ภาพรวมใน 1 ปี คาดว่ามีโรงแรมใหม่ๆ ผุดขึ้นในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 โรงแรม

“ต้องขอขอบคุณรัฐบาลเป็นอย่างมาก ที่ออกมาตรการทางภาษีเพื่อมากระตุ้นการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ซึ่งมองว่าเป็นช่วงจังหวะโอกาสที่ดีมาก เพราะตรงกับเทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดยาวที่รัฐบาลก็เพิ่มวันหยุดให้ ยิ่งมีมาตรการภาษีออกมาอีก ก็จะยิ่งช่วยดึงดูดให้คนวางแผนเที่ยวในประเทศแทนไปท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย และหวังว่าจะได้เห็นมาตรการแบบนี้ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสำคัญๆอย่างเทศกาลสงกรานต์อีกครั้ง”นางละเอียด กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน