ทอท. เท 400 ล้าน ทำแอพฯ เช็กบริการในสนามบิน ทั้งรับกระเป๋า-หาห้องน้ำ-จองแท็กซี่ล่วงหน้า

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานการประชุมเชิงอภิปราย AOT Sister Airport CEO Forum 2018 จัดโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ว่า ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นฮับการบินของภูมิภาค ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องเร่งลงทุนขยาย และพัฒนาสนามบินรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว ซึ่งจากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ พบว่า ปี 2560 นักท่องที่เดินทางทั่วโลกอยู่ที่ 1,300 ล้านคน สูงขึ้น 7% จากปี 2559 ถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 7 ปี คาดว่าปี 2561 จะเพิ่มขึ้น 4-5% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 5-6% โดยจีน และอินเดียเติบโตชัดเจน

โดยช่วงปี 2561-64 คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินทั่วโลกอยู่มากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านล้านบาท ซึ่ง 40% เป็นการลงทุนในเอเชียแปซิฟิก และในปี 2573 มูลค่าการลงทุนฯ จะอยู่ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านล้านบาท ซึ่งการพัฒนาสนามบินนั้น เทคโนโลยีถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อปรับปรุงการบริการต่างๆ เช่น การนำระบบปัญประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligent) หรือหุ่นยนต์ เข้ามาใช้ภายในสนามบิน ตั้งแต่การขนกระเป๋าสัมภาระ งานทำความสะอาด และงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ทอท. ลงทุน 300-400 ล้านบาท จัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์ม ภายใต้แนวคิด 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีมายกระดับการให้บริการต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่ทอท. จะสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้มาใช้บริการสนามบินได้รับความสะดวกมากที่สุด ทั้งนี้ ในอนาคตแอพฯ ดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้ง 16 สนามบิน ใน 9 ประเทศทั่วโลกที่อยู่ในโครงการข้อตกลงความร่วมมือระหว่าท่าอากาศยาน (Sister Airport) ด้วย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน จีน เมียนมา เวียดนาม ลาว เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเบลเยียม


สำหรับแอพฯ นี้ มีความพิเศษมากมาย เช่น เมื่อผู้โดยสารขาเข้ามาถึงสนามบินเพียงกดแอพฯ จะทราบทันทีว่ารับกระเป๋าที่สายพานใด รวมทั้งหากจะเข้าห้องน้ำ เพียงแค่กดแอพฯ ก็จะทราบว่าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดคนใช้บริการเต็มหรือไม่ นอกจากนี้ ยังสามารถจองแท็กซี่ล่วงหน้าได้ด้วย แม้จะอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็สามารถจองแท็กซี่ที่มิวนิก ประเทศเยอรมันได้ ขณะเดียวกันยังสามารถจองที่จอดรถที่สนามบินได้ด้วยแม้ว่าตัวเองยังอยู่ที่บ้าน เป็นต้น

คาดว่าจะเริ่มให้บริการแอพฯ นี้ได้ในไตรมาส 1 ปี 2562 ในสนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และภูเก็ตก่อน จากนั้นจะขยายไปยังสนามบินอื่นต่อไปทั้งในไทย และ 9 ประเทศ