นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 6) โดยภายหลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบในวันนี้จะมีผลทั่วประเทศภายหลังที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน
กระทรวงแรงงานรายงานให้ ครม.รับทราบว่าที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติเห็นชอบและทราบการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแล้วรวม 55 สาขาอาชีพ อย่างไรก็ตามมติของคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ที่ได้มีการประชุมกันเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาได้เสนอให้มีการกำหนดอัตราค่าจ่างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานอีก 3 กลุ่มได้แก่กลุ่มจักรกลและโลหะการ กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และกลุ่มแม่พิมพ์ รวม 12 สาขาอาชีพ และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอัตราค่าจ้างตารมมาตรฐานฝีมือ 3 คณะ เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้กำหนด

สำหรับอัตราค่าจ้างงานแรงงานตามมาตรฐานฝีมือที่ได้มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใน 12 สาขาอาชีพ แบ่งเป็น2 ระดับโดยได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าจ้างแรงงานฝีมือในระดับที่1และระดับที่2 ระหว่าง 75 – 100 บาทต่อวัน ประกอบไปด้วย 1.ช่างเทคนิคเขียนแบบเครื่องกลระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 460 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน 2.ช่างเชื่อมทิกสำหรับอุตสาหกรรมจักรกลและโลหะการระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 600 บาทต่อวัน 3.ช่างเทคนิคระบบส่งกำลัง ระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน 4.ช่างเทคนิคระบบไฮโดรลิก ระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 460 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน
5.ช่างเชื่อมระบบท่อในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 400 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 485 บาทต่อวัน 6.ช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 385 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 470 บาทต่อวัน 7.ช่างเทคนิคห้องเย็นขนาดเล็กระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 385 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 470 บาทต่อวัน 8.พนักงานประกอบเครื่องปรับอากาศ ระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 370 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 455 บาทต่อวัน

9.ช่างเทคนิคเครื่องกัดอัตโนมัติ ระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 540 บาทต่อวัน 10.ช่างเทคนิคเครื่องอีดีเอ็มระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 430 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 515 บาทต่อวัน 11.ช่างเทคนิคเครื่องไวร์คัทเอดีเอ็มระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 430 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 515 บาทต่อวัน และ12.ช่างขัดเงาแม่พิมพ์ระดับที่ 1อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 380 บาทต่อวัน และระดับที่ 2 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 455 บาทต่อวัน
“การกำหนดอัตราค่าจ้างตามฝีมือแรงงานเพื่อให้สอดคล้องกับทักษะ ฝีมือ ความรู้ ความสามารถ และการจ้างงานในตลาดแรงงาน แต่จะไม่มีผลบังคับใช้กับส่วนราชการในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์”นายกอบศักดิ์กล่าว
ด้านสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ให้ความเห็นว่าลูกจ้างที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพและระดับมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดจะได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้แรงงานได้พัฒนาตนเองให้มีทักษะฝีมือสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มผลิตภาพการทำงานให้สูงขึ้น และช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ ขณะที่นายจ้างจะได้ประโยชน์จากการที่ลูกจ้างมีความรู้ ทักษะความสามารถในการทำงานนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศต่อไป