4 ห้างยักษ์จับมือดึงโกลบอลบลู เปิดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่จุดขายให้นักท่องเที่ยว ประเดิมห้างใหญ่กลางเมือง-เชื่อช่วยให้เงินหมุนเข้าระบบเพิ่มอีก 5-6 รอบ

4 ห้างยักษ์จับมือดึงโกลบอลบลู – นายวรวุฒิ อุ่นใจ นายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทยคนใหม่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ณ จุดขาย หรือ Tax Refund สำหรับนักท่องเที่ยว ว่า ล่าสุดสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พยามที่จะเดินด้วยตัวเอง เบื้องต้นโดยการร่วมมือจากห้างค้าปลีก 4 รายใหญ่ ประกอบด้วยกลุ่มสยามพิวรรธน์ เซ็นทรัล โรบินสัน และเดอะมอลล์ กรุ๊ป อยู่ระหว่างประสานกับ โกลบอล บลู ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบ Tax Free Shopping ระดับโลก เพื่อเข้ามาให้บริการด้านการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ จุดขาย หรือ Tax Refund ให้นักท่องเที่ยวภายในศูนย์การขนาดใหญ่ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้เงินคืนภาษีในรูปของเงินบาท และจะทำให้นักท่องเที่ยวนำเงินบาทกลับมาจับจ่ายซื้อสินค้าต่อได้อีก ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเงินดังกล่าวสำหรับจับจ่ายสินค้าอื่นๆ ในประเทศได้อีก 5-6 รอบ

“ถ้าเราเริ่มทำ Tax Refund ให้นักท่องเที่ยวได้โดยเริ่มจากในห้างใหญ่ใจกลางเมืองได้แล้ว แนวทางต่อไปอยากจะขยายไปยังร้านค้าปลีกข้างถนนที่มีนักท่องเที่ยวไปจับจ่ายซื้อของ และทำ Tax Refund ที่ร้านตัวเองได้เลย ซึ่งระบบนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าการมาเมืองไทยมีเสน่ห์ในการช็อปปิ้ง เพราะทุกวันนี้มีสินค้าไทยหลายอย่างที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบแต่เมื่อซื้อแล้วไม่สามารถขอคืนภาษีได้ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม เพราะเขาไม่ได้อยู่เมืองไทยทำไมต้องมาเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทย”

4 ห้างยักษ์จับมือดึงโกลบอลบลู

วรวุฒิ อุ่นใจ

นายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังเปิดบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวในสนามบินเพียงแค่จุดเดียว โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มก็มักจะขอคืนเป็นสกุลเงินของชาติตนเอง ทำให้ไม่เกิดการจับจ่ายซ้ำทำให้ไม่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร ประกอบกับการเลือกโกลบอล บลู ในครั้งนี้เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการระดับสากลที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการให้บริการอยู่แล้วและหากเกิดปัญหาขึ้นในกรณีที่นักท่องเที่ยวกลับประเทศไปแล้วก็ยังสามารถใช้เครือข่ายโกลบอล บลู ที่มีอยู่ทั่วโลกให้การช่วยเหลือในการติดตามเรื่องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีก

นายวรวุฒิ ยังกล่าวด้วยว่า ในปี 2560 พบว่ายอดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มนักท่องเที่ยวที่สนามบินอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นยอดเงินที่ต่ำมากๆ เมื่อเทียบกับรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งหากมีการคืนภาษีที่จุดขายตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้าได้อย่างน้อย 1,000 ล้านบาท ก็จะช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนเพิ่มอีก 5-6 รอบ หรือประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ยังเป็นโอกาสของซื้อของฝาก ของที่ระลึกจากกลุ่มเอสเอ็มอีและร้านค้าปลีกรายย่อยใกล้ห้างสรรพสินค้าได้อีกด้วย

ซึ่งจากข้อมูลการท่องเที่ยวพบว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทยมีมากเป็นอันดับ 9 ของโลก และมีรายได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ส่วนใหญ่จะนิยมเข้ามาเพื่อดูธรรมชาติ วัฒนธรรม และใช้เงินไปกับค่าเดินทาง ค่าโรงแรม ค่าอาหาร ในขณะที่รายได้จากการช้อปปิ้งมีสัดส่วนไม่ถึง 20% ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับประเทศอื่นอย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่งมีสัดส่วน 30% จึงเป็นผลให้ช่วงที่ผ่านมาภาพรวมตลาดค้าปลีกไทยมีมูลค่า 3 ล้านล้านบาท เติบโตเพียง 3-4% เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เติบโต 8-12% ดังนั้นหากรัฐบาลช่วยผลักดันเรื่องดังกล่าวก็คาดว่าจะช่วยให้ภาพรวมค้าปลีกไทยเติบโตได้ 8-12% ทัดเทียมกับเพื่อนบ้าน พร้อมกับช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นสวรรค์แห่งการช็อปปิ้ง

นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับร้านค้าปลีกไทยในปัจจุบันก็ต้องปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจ หรือพัฒนาให้เป็นรีเทลเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตและอยู่รอดได้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน