คลอดพ.ร.บ.ดิจิทัลไอดี ทำธุระที่แบงก์-โรงพยาบาล ไม่ต้องไปเองแล้ว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพ.ร.บ.การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือพ.ร.บ.ดิจิทัลไอดี ถือเป็นหนึ่งในกฎหมายสำคัญของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะทำธุรกรรมหรือทำนิติกรรมหลายประเภท ซึ่งเดิมต้องไปแสดงตัวตนต่อผู้ให้บริการ พร้อมทั้งต้องส่งเอกสารหลักฐานในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน จนทำให้เกิดความไม่สะดวก และยังเป็นภาระต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนด้วย

การออกกฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการต่างๆ ทั้งหน่วยงานของรัฐ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล ได้รับความสะดวก เช่น ถ้าประชาชนจะเปิดบัญชีธนาคารหรือขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ก็สามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปแสดงตนที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ เมื่อได้ดำเนินการพิสูจน์และยืนยันตัวตนและแสดงความจำนงที่จะทำธุรกรรมดังกล่าวกับผู้ให้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามมาตรฐาน

ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นไปอย่างถูกต้อง และผู้ใช้บริการซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม โดยคณะกรรมการดังกล่าวยังมีอำนาจในการกำกับโครงการโครงข่ายระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นการทั่วไป สามารถออกประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับบริษัทผู้ให้บริการระบบดังกล่าว


ซึ่งบริษัทนี้จะเริ่มดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดตั้งบริษัท หรือได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีให้เรียบร้อยก่อน รวมทั้งยังให้อำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ และยังสามารถสั่งการให้บริษัทผู้ให้บริการยื่นรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของบริษัทเป็นการทั่วไปหรือเป้นการเฉพาะ โดยมีระยะเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนด

อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายยังได้กำหนดให้บริษัทผู้ให้บริการ หรือผู้ให้บริการระบบทำการแทน หากจงใจหรือประมาทเลินเล่อเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับผู้อื่น หรือเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องแต่ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายจนทำให้เกิดความเสียหายกับสมาชิก ผู้ใช้บริการ หรือเจ้าของข้อมูล ทางบริษัท ผู้ให้บริการระบบทำการแทนหรือสมาชิกผู้เปิดเผย ต้องรับผิดชอบชดเชยค่าสินไหมทดแทนด้วย และหากทางบริษัท ผู้ให้บริการระบบ หรือผู้ให้บริการระบบทำการแทนไม่ทำตามคำสั่ง มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะทำให้ถูกต้อง