ครม.ไฟเขียว ธ.ก.ส. สมาชิกกฟก. โดยพักหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่งและดอกเบี้ยทั้งหมด ให้ผ่อน 15 ปี และเมื่อเกษตรกรผ่อนจนหมดแล้ว ธ.ก.ส. จะพิจารณายกดอกเบี้ยที่พักไว้ให้

พักหนี้สมาชิกกฟก. – นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำตัวรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างยั่งยืน (กฟก.) จำนวน 36,605 ราย ที่เป็นลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2560 วงเงินหนี้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท/ราย มียอดหนี้เงินต้นรวม 6,382 ล้านบาท และดอกเบี้ย 3,829 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จะพักหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่งและดอกเบี้ยทั้งหมด โดยเงินต้นครึ่งหนึ่งให้เกษตรกรผ่อนจ่ายตามกรอบเวลาไม่เกิน 15 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 3 และเมื่อเกษตรกรผ่อนจนหมดแล้ว ธ.ก.ส. จะพิจารณายกดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ ส่วนเงินต้นที่เหลืออยู่อีกครึ่งก็ให้เกษตรกรให้มาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ต่อไป สำหรับระยะเวลาดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้เสร็จภายใน 3 ปี หลังจากครม. มีมติเห็นชอบ

สำหรับเงื่อนไขผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการได้ คือ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นหนี้เอ็นพีแอล มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เกษตรกรลูกหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ต้องชำระตามที่มาของแหล่งรายได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง กรณีผิดนัดชำระหนี้ ธ.ก.ส. จะคิดอัตราดอกเบี้ยในส่วนของเงินต้นที่ค้างชำระในอัตราสูงสุด รวมดอกเบี้ยปรับ 3% แต่มีข้อยกเว้นกรณีประสบภัยพิบัติ กรณีเกษตรกรมีปัญหาสุขภาพ และกรณีมีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยจะมีคณะทำงานร่วมพิจารณา และหากสุดท้ายเกษตรกรลูกหนี้กลับมาเป็นหนี้เอ็นพีแอล เกษตรกรลูกหนี้ต้องรับภาระหนี้ตามนิติกรรมเดิม ซึ่งจะถูกเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่พักไว้ทั้งหมด รวมทั้งดอกเบี้ยที่ยังไม่ได้เรียกเก็บในส่วนของหนี้ที่ปรับโครงสร้างแล้วด้วย

“ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจากโครงการดังกล่าว อย่างแรกจะช่วยให้เกษตรกรสมาชิกสามารถรักษาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยของต่อเองไว้ได้ต่อไป พร้อมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาหนี้สินที่เป็นเอ็นพีแอลของเกษตร ในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามว่าการทำเรื่องนี้จะมีความพร้อมทำได้เมื่อใด ซึ่งทางรมว.เกษตรฯ แจ้งว่า ตอนนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมดำเนินโครงการ โดยเฉพาะทางธ.ก.ส. มีข้อมูลของเกษตรกรอยู่แล้ว สามารถทำได้ทันที”

นายณัฐพร กล่าวว่า โครงการนี้เป้าหมายปรับโครงสร้างหนี้ให้ได้ปีละ 12,202 ราย ส่วนงบประมาณที่ใช้ดำเนินการปกติของ กฟก. เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ ยังต้องมีการจัดทำแผนฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพของตัวเอง ที่ผ่านการรับรองจากองค์กรเกษตรกรจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอต่อธ.ก.ส. ในการขอปรับโครงสร้างหนี้ และเมื่อได้รับการเห็นชอบแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามแผนหรือโครงการฟื้นฟูขององค์กรเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูฯ ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน