เกษตรกรภาคตะวันออกบุกกระทรวงพาณิชย์ยื่นหนังสือถึง ‘สนธิรัตน์’ แก้ปัญหาราคายางพารา-สินค้าเกษตรตกต่ำ

ร้องแก้ยาง-ปาล์มราคาดิ่ง – เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ต.ค. 2561 นางสาวสุทัศนีย์ ราชเรืองระบิล รอง อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวว่า กลุ่มตัวแทนผู้ปลูกยางพาราภาคตะวันออกได้ยื่นหนังสือผ่านนายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำเสนอนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ให้กระทรวงพาณิชย์แก้ไขปัญหาราคายางพาราและสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันการส่งออกยางพารา ส่งเสริมการใช้น้ำมันปาล์ม และพืชน้ำมัน เพื่อให้ราคาปรับตัวดีขึ้น ซึ่งในภาพรวมเป็นสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่แล้วโดยเฉพาะการผลักดันการส่งออกยางพารา แต่บางประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงก็จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรให้

ทั้งนี้ ตัวแทนเกษตรกร นำโดย นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ รองนายกองค์การส่วนบริหารจังหวัดชลบุรี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีตส.ส.ชลบุรี นายศุภชัย ธาราธนวัตร นายกสมาคมพื่อเกษตรกรภาคตะวันออก นายไพชยนต์ กังวลกิจ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรีและแกนนำเกษตรกรฯ จังหวัดชลบุรี
เพื่อนำเสนอมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรที่มีราคาตกต่ำอย่างมาก (ยางพาราและปาล์มน้ำมัน)

โดยเอกสารระบุว่า ประชาชนผู้ประกอบอาชีพเกษตรในเขตอำเภอบ่อทอง และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ร่วมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรที่มีราคาตกต่ำ ผู้ประกอบอาชีพได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ได้ข้อสรุปแยกเป็นประเด็น ดังนี้

โดยเรื่องยางพารา 1. ขอทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบาลที่รัฐบาลสนับสนุนและส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีมาตรการนำยางพาราไปใช้เพื่อส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ เช่นการนำยางพาราไปเป็นส่วนผสมทดแทนวัสดุอื่นในการทำถนน ลานกีฬา ลู่วิ่ง ฯลฯ 2. ขอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น โดยออกมาตรการให้เงินชดเชยให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง โดยไม่เห็นด้วยกับการลดปริมาณยางฯ โดยการพักการกรีด 3 เดือนและให้เกษตรกรไปฝึกอาชีพ

3. ขอให้รัฐบาล และการยางแห่งประเทศไทย (กยส.) หยุดเก็บเงินเซส (CESS) ชั่วคราว ที่ปัจจุบันเก็บในอัตรา 2 บาทต่อกิโลกรัม โดยการนำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือเกษตรกรสวนยาง โดยชดเชยราคาผลผลิตคืนให้กับเกษตรกรโดยตรงและควรใช้มาตรา 44 หรือปรับปรุงกฎหมายฯแก้ไขสัดส่วนการใช้เงินกองทุนฯให้ยืดหยุ่นมากขึ้น 4. ขอให้รัฐบาลพิจารณากำหนดเขตพืชเศรษฐกิจ หรือกำหนดพื้นที่ทำโซนนิ่ง (Zoning) อย่างชัดเจนโดยประกาศเป็นพันธะสัญญาร่วมกันในการทำข้อตกลงฯ ในการปลูกพืชฯเศรษฐกิจในเขต

5. ขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้มีความร่วมมือระดับพหุภาคีกับประเทศคู่ค้าต่างประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยแก้ไขระเบียบให้เกิดการส่งเสริมสำนักงานการค้าหรือตัวแทนการค้าที่สามารถแข่งขันได้จริงในประเทศเป้าหมายและตลาดใหม่เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้สินค้าเกษตรโภคภัณฑ์และเกษตรแปรรูปของไทย และเป็นช่องทางการคานอำนาจของเกษตรกรฯ 6. ขอให้รัฐบาลส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรกับต่างประเทศ 7. ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกร บนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน(สปก.) และเอกสารสิทธิที่ไม่ได้รับรองจากกฎหมายฯให้สามารถซื้อขาย ครอบครอง เป็นหลักประกันสินเชื่อและสามารถเปลี่ยนมือกันได้อย่างถูกต้อง และสามารถปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างประเภทถาวรในเอกสารสิทธิ์ได้

ส่วนเรื่องปาล์มน้ำมัน 1. ขอให้รัฐบาลสนับสนุน และส่งเสริมให้มีการนำส่วนผสมน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น เพื่อผลิต น้ำมันไบโอดีเซลจาก B7 เป็น น้ำมันไบโอดีเซล B20 เพิ่มขึ้น 2. ขอให้รัฐบาลกำหนดปาล์มเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับยางธรรมชาติ

3. ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในลักษณะสหกรณ์ฯผู้ปลูกเพื่อเป็นการคานอำนาจระหว่างชาวสวนกับโรงงาน 4. ปราบปรามน้ำมันปาล์มเถื่อนอย่างจริงจัง 5. ส่งเสริมและยกระดับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดผลิตภัณท์ใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน