คลังคงจีดีพีปีนี้โต 4.5% ชี้ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งด้านการบริโภคและการลงทุนที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้น แต่ส่งออกวูบเจอพิษเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง-นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ
คลังคงจีดีพีโต 4.5% แต่ส่งออกวูบ – นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. ประมาณการเศรษฐกิจไทย ณ เดือนต.ค. 2561 ยังคงการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ที่ 4.5% เท่ากับที่ประมาณก่อนหน้านี้ โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 4.3-4.7% เร่งขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 3.9%
สำหรับ สมมติฐานการประมาณการเศรษฐกิจ ประกอบด้วยเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัว 4.0% ค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปี 32.20 บาทต่อดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบดูไบ 71.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% นักท่องเที่ยว 38 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.01 ล้านล้านบาท การใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวได้ดี และการส่งออกขยายตัวที่ 8.0%
“เศรษฐกิจครึ่งปีแรกที่แรก 2561 ขยายตัวได้สูงถึง 4.8% ดังนั้นการที่เศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวได้ 4.5% จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ส่วนจะขยายตัวได้มากกว่า 4.5% หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรการเพิ่มเติมที่รัฐบาลจะออกมา โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ส่วนมาตรการช็อปช่วยชาติกระทรวงการคลังไม่มีการหารือถึงมาตรการดังกล่าว”นายวโรทัย กล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งด้านการบริโภคและการลงทุนที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และรายได้ครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมที่เริ่มขยายตัวดีขึ้นตามปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังช่วยสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐจากปีก่อนหน้ายังเป็นแรงสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้าอีกด้วย
สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามายังประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะยังคงสนับสนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวขยายตัวดีตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง และนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐรวมถึงการตอบโต้จากประเทศต่างๆ คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกสินค้าชะลอลงเล็กน้อยเหลือ 8% จากก่อนหน้าคาดว่าที่ 9.7%