‘แอม พิธาน’ดึง 17 ดาราดังขายเสื้อผ้าออนไลน์

“แอม พิธาน” ดึง 17 ดาราดัง ผุดธุรกิจใหม่ขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์บนเว็บ “เอ็มทูเอส ป็อปดอทคอม” เขย่าตลาด 15,000 ล้าน เจาะลูกค้าทุกวัย ราคาจับต้องได้ 900-3,500 บาท ปีแรกรายได้ 450 ล้านปูทาง 1 ใน 3 ผู้นำตลาดเสื้อผ้าออนไลน์

พิธาน องค์โฆษิต

นายพิธาน องค์โฆษิต กรรมการ บริษัท ไดค่อน จำกัด ผู้บริหารเว็บไซต์ เอ็มทูเอส ป็อปดอทคอม (www.M2Spop.com) เปิดเผยว่า จากศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องของตลาดการค้าออนไลน์ โดยเฉพาะตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ที่มีมูลค่า 15,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักทุกปีต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ย 30%ต่อปี ทำให้สนใจในธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ จึงได้จัดตั้งบริษัท และใช้เงินลงทุน 50 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ และระบบบริหารจัดการการจำหน่ายเสื้อผ้าออนไลน์ ภายใต้ชื่อ www.M2Spop.com แต่รูปแบบธุรกิจจะแตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ และเป็นรูปแบบธุรกิจที่นำมาจากประเทศจีน

“รูปแบบธุรกิจของบริษัทเป็นการร่วมมือกับดาราไทยที่มีสไตล์การแต่งตัวของตนเอง รวม 17 คน 17 แบรนด์ อาทิ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, ปรางค์-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, แพท- ณปภา ตันตระกูล,วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์, เดียร์น่า ฟลีโป และออม-สุชาร์ มานะยิ่ง เป็นต้น ร่วมสร้างแบรนด์และเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกัน โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุน ส่วนดาราจะเป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้า และทำประชาสัมพันธ์แบรนด์ของแต่ละคน ซึ่งทั้ง 17 คนจะมีแฟนคลับ และยอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียรวมกันมากกว่า 50 ล้านคน”

ปีแรกการทำตลาดบริษัทจะใช้งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกช่องทางออนไลน์ เจาะตลาดทั่วไปรองรับลูกค้าทุกวัย กลุ่มหลักอายุ 18-50 ปี เพราะราคาจำหน่ายจะอยู่ในระดับที่จับต้องได้ เริ่มต้นที่ 900-3,500 บาท ถือว่าถูกกว่าในตลาดที่มีอยู่ ในขณะที่จุดขายสำคัญ คือ คุณภาพดี และไม่มีจำหน่ายในที่ใด สำหรับเป้าหมายยอดใช้จ่ายต่อบิลประมาณไว้ที่ 1,500 บาท และยอดขายในปีแรก 450 ล้านบาท จากนั้นตั้งเป้าหมายจะเติบโตไม่ต่ำกว่าตลาด หรือเติบโตให้ได้ 30% ต่อปี

พร้อมกันนี้ในปีแรกขอมีส่วนแบ่งการตลาดเสื้อผ้าออนไลน์ 3% ซึ่งจะทำให้ขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของตลาดเสื้อผ้าออนไลน์ จากปัจจุบันมี โพเมโล่ (Pomelo) และลาซาด้า เป็น 2 รายใหญ่ในตลาด ซึ่งจากการทดลองขายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ใช้บริการสูง 3,000-4,000 คนต่อวัน และกลับมาซื้อซ้ำ 10-20% จึงเชื่อมั่นว่าเว็บไซต์เอ็มทูเอสจะสามารถติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว และในอนาคตจะพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ง่ายต่อการซื้อ และต่อยอดการบริการด้วย ตลอดจนมีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศด้วยในระยะ 3 ปีข้างหน้า ประเทศที่สนใจจะเป็นในอาเซียน และจีน

บทความก่อนหน้านี้สธ.เห็นชอบ เตรียมประกาศใช้ ​บุหรี่ซองเรียบ ประเทศแรกของเอเชีย หวังลดนักสูบหน้าใหม่
บทความถัดไปสมคิด เผย ต่างชาติ ไม่ได้สนใจการเลือกตั้ง ของประเทศไทย สักเท่าไหร่