การรถไฟฯ เร่งโอนสิทธิ์ ‘ตลาดนัดจตุจักร’ ให้กทม. บริหาร ภายใน 1 ธ.ค.นี้ – รับค่าเช่าแทนปีละ 169 ล้านบาท

โอนตลาดนัดจตุจักรให้กทม. – นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ กลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. มีมติเห็นชอบให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าบริหารตลาดนัดจตุจักร ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องอัตราค่าเช่าแผงของผู้ค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร ทั้งนี้ รฟท. ได้ส่งเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้วและจะรายงานให้ ครม. รับทราบต่อไป จากนั้น จะลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) โอนสิทธิ์บริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรให้ กทม.โดยเร็วที่สุด

เบื้องต้น กทม. จะจัดเก็บค่าเช่าแผงจากผู้ค้ารายย่อยในอัตรา 1,800 บาทต่อเดือน ต่ำกว่าค่าเช่ารฟท. ที่จัดเก็บในอัตรา 3,157 บาทต่อแผงต่อเดือน โดยกทม. จะจ่ายค่าเช่าให้ รฟท. จำนวน 169 ล้านบาทต่อปี

“การโอนสิทธิ์ครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย คาดว่าจะลงนาม กับ กทม. ให้ได้ก่อนสิ้นพ.ย. นี้ เพื่อให้สิทธิ์ กทม. ไปบริหารตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะลงนามในสัญญากับ กทม. อีกครั้ง โดยสัญญาจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป” นายวรวุฒิกล่าว

รายงานข่าวจากรฟท. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนและการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 ซึ่งเห็นชอบให้ลดอัตราค่าเช่าแผงตลาดนัดจตุจักรเหลือ 1,800 บาทต่อแผงต่อเดือน จากปัจจุบันการรถไฟฯ เก็บอยู่ในอัตรา 3,157 บาทต่อแผงต่อเดือน

ทั้งนี้ ถ้าหากรฟท. บริหารตลาดเองและลดค่าเช่าแผงเหลือ 1,800 บาทต่อเดือน จะส่งผลให้กำไรสุทธิของตลาดนัดจตุจักรลดลงจากเฉลี่ย 213.29 ล้านบาทต่อปี เหลือ 58.67 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าให้ กทม. เข้ามาบริหาร กทม. ก็จะมีกำไรสุทธิเพียงพอและสามารถจ่ายค่าเช่าให้รฟท. ในอัตราประมาณ 169 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ครม. จึงเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย เร่งโอนความรับผิดชอบในการบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรของการรถไฟฯ ไปให้ กทม. โดยเร็ว

เบื้องต้น กทม. จะเช่าพื้นที่ตลาดจตุจักรขนาด 68 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา จากการรถไฟฯ จนถึงปี 2571 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ศูนย์คมนาคมพหลโยธินแปลง D และให้มีการทบทวนค่าเช่าร่วมกันทุกๆ 3 ปี อย่างไรก็ตาม กทม. ไม่สามารถทำสัญญากับผู้เช่าแผงที่มีภาระหนี้สินติดค้างกับการรถไฟฯ ได้ จนกว่าผู้เช่าแผงรายดังกล่าวจะชำระหนี้ทั้งหมด

รายงานข่าวจากรฟท. แจ้งว่า การบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรของ กทม. ก่อนมอบคืนให้รฟท. ในช่วงปี 2547-2554 พบว่า กทม. มีรายได้จากการบริหารสูงสุด 175 ล้านบาท และต่ำสุด 88 ล้านบาท โดย กทม. จ่ายค่าเช่าตลาดนัดจตุจักรให้การรถไฟฯ ต่ำสุดที่ 1.6 ล้านบาทต่อปี และสูงสุดที่ 24 ล้านบาทเศษๆ ต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นรายได้ที่น้อยมากเมื่อเทียบมูลค่าเชิงพาณิชย์ที่เกิดในพื้นที่

ต่อมาเมื่อรฟท. เข้ามาบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรระหว่างปี 2555-2560 ปรากฏว่าองค์กรมีกำไรและรายได้เพิ่มขึ้นโดยตลอดโดยในปี 2555 การรถไฟฯ มีรายได้ 238 ล้านบาทและกำไร 85 ล้านบาท, ปี 2556 มีรายได้ 425 ล้านบาทและกำไร 226 ล้านบาท, ปี 2557 มีรายได้ 434 ล้านบาทและกำไร 243 ล้านบาท, ปี 2558 มีรายได้ 391 ล้านบาทและกำไร 229 ล้านบาท, ปี 2559 มีรายได้ 381 ล้านบาทและกำไร 186 ล้านบาท, ปี 2560 รายได้ 375 ล้านบาทและกำไร 177 ล้านบาท

สำหรับปัจจุบันตลาดนัดจตุจักร มีแผงค้าทั้งหมด 9,495 แผง โดยการรถไฟฯ เก็บค่าเช่าจากผู้ค้าประมาณ 94% ของจำนวนแผงทั้งหมด ในอัตรา 3,157 บาทต่อแผง และเมื่อรวมกับรายได้อื่นๆ ส่งผลให้การรถไฟฯ มีรายได้จากตลาดนัดจตุจักรเฉลี่ยปีละ 389.31 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิเฉลี่ย 213.29 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน