กระทรวงเกษตรฯ เล็งใช้มาตรการเซฟการ์ดมะพร้าวปี’62 ขณะ สมคิด สั่งยืดชะลอนำเข้า ไม่มีกำหนด พร้อมเร่งข้อมูล พิจารณามาตรการคุมผลผลิต เพิ่มมูลค่าดันส่งออกมากขึ้น
‘สมคิด’ สั่งชะลอนำเข้ามะพร้าว – นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ครั้งที่ 3/2561 ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมฯ เห็นชอบให้ชะลอการเปิดตลาดมะพร้าวภายใต้กรอบ WTO และ AFTA ออกไปก่อนจากเดิมที่จะเปิดตลาดในเดือนม.ค. 2562 เนื่องจากผู้แทนเกษตรกรเสนอขอให้มีข้อมูลจากพื้นที่ให้เกษตรกรมีส่วนร่วม ให้ทำงานร่วมกับคณะทำงานในแต่ละจังหวัด เพื่อนำมาประกอบและพิจารณาในการเปิดตลาด WTO และ AFTA ด้วย
โดยที่ประชุมได้เร่งคณะทำงานระดับจังหวัดดังกล่าว ให้จัดทำข้อมูลและนำเสนอที่ประชุมครั้งหน้ากลางเดือนม.ค. 2562 เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนทั้งจากกระทรวงเกษตร อุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และจากภาคประชาชน โดยเฉพาะจากภาคเกษตรกร เพื่อนำมาประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการเปิดตลาดมะพร้าวอีกครั้ง
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอการควบคุม Demand และ Supply ปริมาณมะพร้าวในปี 2562 ให้มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น คือ 1. ให้ผู้ประกอบการรับซื้อมะพร้าวในประเทศให้หมดก่อน เพื่อนำมากำหนดสัดส่วนพิจารณาโควตานำเข้า 2. การนำมาตรการ Special Safeguard มาใช้กับมะพร้าว ซึ่งถือเป็นสินค้าเกษตรตัวแรกที่จะพิจารณาใช้มาตรการ โดยภายใต้กรอบ WTO และ AFTA จะมีการกำหนดการนำเข้ามะพร้าวได้ เฉพาะเพื่อแปรรูปแล้วส่งออก ซึ่งผู้ประกอบการสามารถขอเคลมภาษีได้
“มาตรการทั้ง 2 อย่างนี้จะนำมาควรนำมาใช้ในปี 2562 เพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีนำเข้าเกินความต้องการจะกระทบต่อราคามะพร้าวในประเทศ จึงต้องใช้มาตรการปกป้องพิเศษ”
ทั้งนี้ ข้อมูลตัวเลขย้อนหลัง 3 ปี (2557-2559) พบว่าปริมาณการนำเข้ามะพร้าวอยู่ที่ 156,000 ตัน ซึ่งหากหลังจากนี้ผู้ประกอบการนำเข้ามะพร้าวไม่เกิน 156,000 ตัน ก็สามารถเคลมภาษีได้ แต่กรณีนำเข้าเกิน 156,000 ตัน จะต้องเสียภาษีในอัตรา 72% จากเดิมที่จะเสียในอัตรา 54% กรอบระยะเวลาการดำเนินการ 3 ปี โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อประชุมและดูแลการบริหารจัดการในทุกปี
มาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคามะพร้าวมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบแล้วซึ่งปัจจุบันราคามะพร้าวก็ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5-7 บาทต่อก.ก. เป็นผลจาก 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการรับซื้อมะพร้าวในประเทศให้หมดก่อน ซึ่งจากปี 2560 ที่ปริมาณมะพร้าวน้อยมากผู้ประกอบการจึงขอให้มีการอนุญาตการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศทำให้ต่อมาปริมาณมะพร้าวเกินความต้องการอยู่ 400,000 ตันถือว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และต่อมากรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้ามาดูแลทำให้ปริมาณมะพร้าวมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการหันมาซื้อมะพร้าวในประเทศมากขึ้นทำให้ปริมาณมะพร้าวนำเข้าหายไปกว่า ครึ่งหรือประมาณ 200,000 ตัน
รวมทั้งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงทำการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ามะพร้าวผลจากต่างประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการในการสกัดกั้นมะพร้าวผลได้ผลดีมาก เป็นส่วนในการลดปริมาณมะพร้าวนำเข้าได้มาก
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบเปิดตลาดเมล็ดถั่วเหลืองที่ปัจจุบันมีความต้องการใช้อยู่ที่ 3 ล้านตัน แต่ปริมาณผลผลิตในประเทศมีเพียง 40,000 ตัน ส่งผลให้จำเป็นต้องมีการเปิดตลาดเพื่อการนำเข้า โดยในปี 2561 มีผู้ประกอบการที่ได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้นำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง 6 สมาคม 18 บริษัท ล่าสุดมีการอนุมัติผู้ประกอบการนำเข้ารายใหม่ได้อีก 2 บริษัท คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ้วงไท้เฮง กับ บริษัท เฮลโก โซลูชั่น จำกัด
พร้อมกันนี้ ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการทำสัญญาความร่วมมือในการรับซื้อผลผลิตในประเทศจากเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองซึ่งมีอยู่ประมาณ 29,000 รายให้หมดก่อน โดยได้กำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำ ดังนี้ ถั่วเหลืองสำหรับสกัดน้ำมัน ราคา ณ ไร่นา อยู่ที่ 17.50 บาทต่อก.ก. ราคาหน้าโรงงาน อยู่ที่ 18.25 บาทต่อก.ก., ถั่วเหลืองสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ราคา ณ ไร่นา อยู่ที่ 17.75 บาทต่อก.ก. ราคาหน้าโรงงาน อยู่ที่ 18.50 บาทต่อก.ก. ถั่วเหลืองสำหรับแปรรูปอาหาร ราคา ณ ไร่นา อยู่ที่ 19.75 บาทต่อก.ก. ราคาหน้าโรง งาน อยู่ที่ 20.50 บาทต่อก.ก.
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมฯ นายสมคิด มีข้อสั่งการเรื่องให้ดูแลสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในการแข่งขันและสินค้าที่ไม่มีศักยภาพ โดยสินค้าที่มีศักยภาพให้วางแผนรับมือปริมาณผลผลิตทุกรายสินค้า สนับสนุนให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและเร่งผลักดันการส่งออก ส่วนสินค้าที่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขันให้ ปรับโครงสร้างการผลิตให้ผลผลิตน้อยลง