ปีใหม่: มุมมองเอกชน-เศรษฐกิจปีหมู จับตารัฐบาลใหม่-สงครามการค้า

มุมมองเอกชน-เศรษฐกิจปีหมู

มุมมองเอกชนเศรษฐกิจปีหมู จับตารัฐบาลใหม่สงครามการค้า

 

มุมมองเอกชนเศรษฐกิจปีหมู จับตารัฐบาลใหม่สงครามการค้า

อสังหาฯจับตารัฐบาลใหม่

อธิป พีชานนท์

มุมมองเอกชน-เศรษฐกิจปีหมู – นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2562 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งมีการคาดการณ์ว่าชะลอตัวลง ในขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้น และน่าจะเป็นภาระให้กับผู้กู้ซื้อบ้าน โดยมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของ ผู้บริโภคส่วนหนึ่ง รวมถึงภาระผู้ประกอบการในแง่ของต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะเดียวกันการกระจายตัวของสาธารณูปโภคก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งในปีหน้า จะดำเนินการขยายการลงทุนตามแผนของรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้ากรุงเทพฯปริมณฑล รถไฟทางคู่รวมทั้งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ยังคงเดินหน้าอย่างเต็มตัวหรือไม่ เพราะถ้ามีการขยายตัวก็จะเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอื่นๆ ตามมาด้วย

นอกจากนี้การเลือกตั้งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความท้าทาย แม้ว่าจะทำให้กำลังซื้อในระดับรากหญ้าในเรื่องเงินหมุนเวียนเข้ามากระตุ้นในช่วงสั้นๆ แต่ที่สำคัญคือ การเมืองต้องมีเสถียรภาพ เพราะความ ไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล หรืออาจเป็นรัฐบาลลูกผสมและมีนโยบายในแต่ละกระทรวงแตกต่างกัน

ต้องจับตาดูว่าจะมีการเปลี่ยนนโยบายจากรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่ ทั้งเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษี เนื่องจากถ้ามีการเปลี่ยนแปลงและแกว่งมากเกินไป จะส่งผล กระทบแน่นอนต่อความไม่มั่นใจของผู้ประกอบการและผู้บริโภค

ชาญชัย ตระการอุดมสุข

บิ๊กค่ายรถหวั่นศก.โลก

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2562 ประเทศไทยเราจะมีการเลือกตั้ง ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศกลับคืนมา โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่เข้ามาลงทุนจำนวนมหาศาล อีกทั้งการขับเคลื่อนโรดแม็ป และผลของเมกะโปรเจ็กต์เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างแน่นอน

นายทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์อีซูซุเปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2562 ประเมินค่อนข้างยาก มั่นใจว่ายังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่มีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากเรื่องสงครามการค้าของประเทศจีนกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ความผันผวนของราคาน้ำมันที่จะส่งผลกับรายได้ของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้ง ที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ขณะที่ภาคการก่อสร้างมีโครงการใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ ทำให้ยังขยายตัวดี

ด้าน นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2562 เศรษฐกิจในประเทศมีปัจจัยที่แนวโน้มไปในเชิงบวกหลายเรื่อง ทำให้ยังเติบโตต่อเนื่องได้อีก แต่ปัจจัยภายนอกมองค่อนข้างยาก เศรษฐกิจโลกไม่น่าจะเติบโตขึ้นจากปัญหาสงครามการค้าประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา

สอท.กังวลศึกค้าจีน-มะกัน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุต สาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) มองภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2562 กังวลต่อผล กระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนสหรัฐ เนื่อง จากขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง จนส่งผลกระทบภาพรวมเศรษฐกิจโลกหรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม อย่างใกล้ชิด

สุพันธุ์ มงคลสุธี

เพราะหากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ไทยก็ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามมองภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2562 น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 4% ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปีนี้ที่คาดว่าจะโต 4.4% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนตามมา

อีกส่วนหนึ่งมาจากการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้น จากแรงกระตุ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังจะจัดให้มีการเลือกตั้ง ประมาณเดือนก..2562 ที่กำลังจะมาถึง

 

นายกลินท์ สารสิน

หอการค้าฯ เชื่อส่งออกยังดูดี

 

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประเมินว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 น่าจะทำได้ ไม่ต่ำกว่า 4% หรืออยู่ในกรอบประมาณการที่ 4-4.3% ในส่วนของการส่งออกแม้ว่าจะขยายตัวลดลงจากปี 2561 แต่ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร อาทิ ผลิตภัณฑ์ยาง หมวดสินค้าก่อสร้าง สิ่งทอ ยังมีการขยายตัวที่ดีในตลาดสำคัญๆ

ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าปีหน้าจะขยายตัว 0.8-1.2% ส่วนปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1.1% อย่างไรก็ตามปีหน้ายังคงเผชิญกับความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนของสงครามการค้า และความเสี่ยงของสถานการณ์ในประเทศยุโรปที่อาจจะมีบางประเทศถอนตัว

ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย ตลอดจนราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศ ที่จะมีผลต่อการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้เป็นปกติในช่วงกลางปี 2562 หากปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลงโดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

 

ชาติชาย พยุหนาวีชัย

บิ๊กออมสินมั่นใจโครงการรัฐ

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2562 น่าจะมีแรงผลักดันจากการ จับจ่ายใช้สอยตามนโยบายของรัฐบาลมากขึ้น และหลังเลือกตั้งคาดว่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ที่ได้มีการประมูลไปแล้วทั้งสิ้น

ทำให้จากนี้ไปจะเริ่มมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่รถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งลงงบลงทุน 6 แสนกว่าล้านบาท

โครงการต่างๆ เหล่านี้จะเข้ามาดูดซับสภาพคล่องของสินเชื่อในระบบ ทำให้สภาพคล่องในระบบลดลงเพราะมีการปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบ มากขึ้น ดังนั้น กลไกตลาดเมื่อสภาพการเงินในระบบลดลงการแข่งขันในตลาดเงินฝากจะมีมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวโอกาสในการที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก็จะช้าลง แต่ถ้าเศรษฐกิจอเมริกาดีขึ้นก็มีโอกาสที่สหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าเต็มที่ไม่เกิน 2 ครั้ง โดยครั้งละไม่เกิน 0.25% ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.5% ขณะที่สหรัฐอยู่ที่ 2.25-2.5% ซึ่งห่างกันเกือบ 1% แล้วอาจจะมีอัตราห่างมากเกินไปก็จะมีผลทำให้เงินไหลออกนอกประเทศมากเกินไป

นายบุญเกียรติ โชควัฒนา

สหพัฒน์หวังกำลังซื้อดีขึ้น

นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการบริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2562 เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจไทยโดยทั่วไปดีขึ้น และประเมินว่าจะเติบโตได้ 5% หลังจากเลือกตั้งจะดีขึ้น การบริโภคในประเทศน่าจะฟื้นตัวจากปีนี้การบริโภคในประเทศไม่ดีเลย แต่ดีในเรื่องส่งออกและ การท่องเที่ยว

ในขณะที่การบริโภคในประเทศไม่ดี กำลังซื้อ ผู้บริโภคแผ่ว แต่ส่วนตัวเชื่อว่าเมื่อผ่านจุดไม่ดีแล้วก็จะต้องดีขึ้น จึงเชื่อว่าการบริโภคในประเทศของปี 2562 จะดีขึ้นจากปี 2561

สำหรับธุรกิจที่ยังมาแรง คือออนไลน์จะยิ่งแรงมากขึ้น ส่วนที่มาแรงในปีนี้อย่าง อสังหาริมทรัพย์ ในปี 2562 ไม่น่าจะดีมากนัก เพราะว่าเติบโตมาเยอะแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีสินค้าในตลาดอยู่มากพอสมควร

บทความก่อนหน้านี้ปีใหม่ : หมูป่า 13 ชีวิต มิชชั่นพอสซิเบิล 2018
บทความถัดไปปีใหม่ : ปีจอผุดละครดัง ส่งแฮชแท็กปังข้ามปี : ข่าวสดบันเทิง