เทคนิคเลือกเครื่องฟอกอากาศ

กลเม็ดพิชิตฝุ่น‘PM2.5’ในบ้าน

รายงานพิเศษ

เทคนิคเลือกเครื่องฟอกอากาศ – ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนทั่วไป เนื่องเพราะฝุ่นตัวนี้ไม่ใช่ฝุ่นธรรมดา แต่มีอานุภาพทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็ก ที่รวมไปถึงคนอายุ 20 ปี

เทคนิคเลือกเครื่องฟอกอากาศ กลเม็ดพิชิตฝุ่น‘PM2.5’ในบ้าน : รายงานพิเศษ

ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากชนิดตาเปล่ามองไม่เห็น สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองของเซลล์ในปอดตลอดเวลา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้เหมือนกับบุหรี่ ในเวลา 10-20 ปีข้างหน้า

คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ศึกษาพบว่าในประเทศที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 เช่น จีน สหรัฐอเมริกา ยุโรปบางประเทศ ช่วงที่บรรยากาศมีฝุ่น PM2.5 รุนแรง จะมีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลสูงขึ้น และประชาชนที่อาศัยในพื้นที่มีฝุ่นเป็นเวลานาน จะพบว่ามีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและสมองสูงขึ้น และมีอาการเกิดโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นด้วย

เทคนิคเลือกเครื่องฟอกอากาศ กลเม็ดพิชิตฝุ่น‘PM2.5’ในบ้าน : รายงานพิเศษ

สถานการณ์ของฝุ่น PM2.5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ว่าคงอยู่ต่อเนื่องไปถึงเดือนมี.ค. ซึ่งตามข่าวที่ปรากฏไม่ได้เกิดเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ในจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน

ท่ามกลางความวิตกกังวลของประชาชนเกี่ยวกับอันตรายของฝุ่นดังกล่าว ทางแก้ไขหนึ่งที่ชะลอหรือบรรเทาอันตรายที่เกิดจากฝุ่น PM2.5 ได้นั้นคือการใช้ ‘เครื่องฟอกอากาศ’

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นว่าบ้านไหนที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว เครื่องปรับอากาศไม่ได้ออกแบบในการกำจัดฝุ่น PM2.5 จึงควรเพิ่มเครื่องฟอกอากาศเข้าไปด้วย และเครื่องฟอกอากาศนั้น ต้องดูว่าสามารถฟอกกรองอากาศ PM2.5 หรือ PM1 หรือ 0.1 ได้จริงหรือไม่

ความสำคัญของเครื่องฟอกอากาศ ที่ผ่านมาอาจถูกมองข้ามหรือละเลยไปเพราะอาจยังไม่เห็นความจำเป็น แต่เมื่อวิกฤตฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้น เครื่องฟอกอากาศจึงเป็นเรื่องที่คนสนใจใคร่รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันนี้คนทั่วไปให้ความสำคัญและเอาใจใส่เรื่องของสุขภาพเป็นพิเศษ

เทคนิคเลือกเครื่องฟอกอากาศ กลเม็ดพิชิตฝุ่น‘PM2.5’ในบ้าน : รายงานพิเศษ

นายศรีสิงห์ สว่างทรัพย์ เจ้าของบริษัท ภัคเดชา แอสเสท จำกัด นักธุรกิจผู้คร่ำหวอดในวงการเครื่องฟอกอากาศมาหลายสิบปี ตัวแทนจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ ‘เรนโบว์’ จากสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าฝุ่นที่น่ากังวลที่สุดเป็นฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น อุตสาหกรรม การคมนาคม การเผาในที่โล่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝุ่นเหล่านั้นมาพร้อมกับเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส สารแคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอนก๊าซ และสารก่อมะเร็ง เหล่านี้คืออันตราย

“ฝุ่นถ้ามีขนาดใหญ่จะตกลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดของโลก แต่ฝุ่นขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) และขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน (PM2.5) จะสามารถลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นาน และปะปน กับมลพิษอื่นในอากาศ หากเข้าจมูกหรือปากสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หรือถุงลมในปอด ผ่านเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังและมะเร็ง หากสะสมอยู่ในอวัยวะใดนานๆ”

นายศรีสิงห์กล่าวและว่าประเทศที่เจริญแล้ว แม้กระทั่งองค์การอนามัยโลก วิจัยพบว่าในบ้านสกปรกมากกว่านอกบ้าน 20-30 เท่า และ 80% ของคนเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากกว่านอกบ้าน ซึ่งรวมกับในที่ทำงาน ในรถยนต์ หรือในห้างสรรพสินค้า ถือเป็น In Door

จึงเป็นหน้าที่ของ ‘เครื่องฟอกอากาศ’ ซึ่งการใช้เครื่องฟอกอากาศนั้นดีกว่าไม่ใช้เลย

“ต้องบอกว่าเครื่องฟอกอากาศทุกยี่ห้อ ฟอกได้หมด แต่จะต่างกันตรงที่เครื่องไหนสามารถกรองอานุภาคเล็กๆ ที่ตาเปล่ามองไม่เห็นได้มากกว่ากัน หรือกรองได้กี่เปอร์เซ็นต์ ตามที่มีการวิจัยมาเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในบ้านเติบโตได้ เพาะเชื้อได้ บางบ้านใช้เครื่องดูดฝุ่นมาเก็บในถังดัก แล้วปล่อยอากาศออกทางหลังเครื่องซึ่งมีแต่เชื้อโรคที่อันตรายกว่าเดิม มากยิ่งกว่า PM2.5 แต่คนทั่วไปไม่ทราบ”

พร้อมกันนี้นายศรีสิงห์ นำเครื่องฟอกอากาศมาสาธิตประกอบเพื่อให้เห็นถึงการทำงานของเครื่องฟอกอากาศอย่างชัดเจน พร้อมกับวัดค่าของฝุ่นละออง 2.5 ไมครอนไปด้วย ตัวเลขและสีที่ปรากฏบนเครื่องวัดเป็นสีเขียว ซึ่งหมายถึงอากาศในโซนดังกล่าวสะอาดและไม่มีฝุ่น PM2.5 หลงเหลือแล้ว

ผู้บริหารบริษัท ภัคเดชาฯ กล่าวอีกว่าเริ่มสนใจธุรกิจเครื่องฟอกอากาศมาตั้งแต่แรกๆ ที่คนหันมาใส่ใจรักสุขภาพ ประกอบกับมีลูกป่วยเป็นภูมิแพ้ จึงศึกษาเรื่องเหล่านี้และสนใจทำเป็นธุรกิจ ประเทศสิงคโปร์จึงส่งเซลส์มาสาธิตให้ดู และเทสต์ถึงสาเหตุที่ลูกป่วยเป็นภูมิแพ้ จึงเข้าใจว่าใช้เครื่องฟอกอากาศอย่างเดียวไม่หาย ต้องกำจัดเชื้อโรคบนที่นอน หมอน ผ้าห่มด้วย

ในที่สุดจึงขอเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งกว่าจะผ่านได้รับการอนุญาตจากบริษัทแม่ที่อเมริกาไม่ใช่เรื่อง่ายๆ เพราะเป็นบริษัทระดับโลกที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 80 ปี ต้องดูรายละเอียดและสถานะหลายๆ อย่างด้วย กระทั่งได้เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ ‘เรนโบว์’ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

นายศรีสิงห์กล่าวถึงภาพรวมเครื่องฟอกอากาศในไทยว่า มีมูลค่าหลายพันล้านบาทและอาจจะถึงหมื่นล้านแล้วก็ได้ ส่วนเครื่องฟอกอากาศเรนโบว์ที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ติดอันดับท็อปเท็นตัวแทนขายทั่วโลก ส่วนยอดขายช่วง 23 เดือนแรกของปีนี้ โตกว่าปี 2560-2561 ถึง 500%

ในเมืองไทยยอดขายเรนโบว์เป็นอันดับ 1 (CLEANING SYSTEM ระบบน้ำ) อยู่แล้ว

กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มคนอายุ 35 ปีขึ้นไป มีการศึกษา เป็นกลุ่มที่เห็นความสำคัญเรื่องของสุขภาพ ลูกค้ามีตั้งแต่ประชาชนทั่วไปจนถึงระดับผู้บริหารองค์กรและระดับประเทศ

นายศรีสิงห์ ระบุว่าเครื่องฟอกอากาศเรนโบว์ เครื่องแรกของโลกที่ใช้ระบบน้ำเรียกว่าเป็น ‘แอร์ คลีนเนอร์’ หรือ ‘AIR WASH’ ที่มีฟังก์ชันฟอกอากาศได้มาตรฐานสูงสุดของโลก และได้รับการรับรองจากองค์กรมาตรฐานผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน(AHAM) สหรัฐอเมริกา

เรนโบว์ คือ TOTAL CLEANING SYSTEM โดยมีพื้นฐานเป็นเครื่องฟอกอากาศระบบน้ำ และมีฟังก์ชันการทำงานในการทำความสะอาดทุกมิติ กรองได้ตั้งแต่ละอองฝุ่นต่างๆ รวมไปถึงไรฝุ่น จะถูกระบบน้ำจับได้ 100% เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายออกไปในอากาศ

ทั้งยังมีระบบกรองอีกชั้นก่อนปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมา เพราะน้ำไม่สามารถจับเชื้อโรคและก๊าซบางชนิดได้ มีหัวดูดเป็นแปรงขนม้า ทำจากขนม้าจริง ออกแบบมาเพื่อดูดฝุ่นและไรฝุ่น หัวแปรงมีลักษณะอ่อนนุ่ม ช่วยทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ทำให้พื้นผิววัสดุเป็นรอย

ทั้งยังเหมาะสำหรับใช้ทำความสะอาดฝ้า เพดาน ผ้าม่าน โซฟา เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ สามารถปรับเปลี่ยนหัวแปรงขนม้าได้ตามลักษณะการใช้งาน ทำให้มั่นใจในความสะอาด

เครื่องหนึ่งๆ มีอายุการใช้งานโดยรวม 32 ปี การันตีถึง 8 ปี นอกจากประโยชน์เรื่องของสุขภาพที่ได้อากาศสดชื่นแล้ว ยังช่วยทุ่นแรงในการทำงานบ้านด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน