มุมมองเอกชนกับรัฐบาลใหม่ ขอมี‘เสถียรภาพ’ไร้‘รัฐประหาร’ : รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ-สี.eps

มุมมองเอกชนกับรัฐบาลใหม่ – การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา หลายคนระทึกกับผลเลือกตั้ง ที่มีคะแนนระหว่าง 2 ขั้ว ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดเกมการแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาลขึ้น ทำให้ยังไม่มีความแน่นอนว่าฝ่ายไหนจะเป็นรัฐบาล

ภาคเอกชนต่างแสดงความเห็นในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย ระบุว่า อาจจะใช้เวลาอีกระยะจึงจะเห็นโฉมหน้า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ นับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่มีรัฐบาลใหม่ ภาคเอกชนคาดหวังให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป โดยไม่มีเกียร์ว่าง

มุมมองเอกชนกับรัฐบาลใหม่ ขอมี‘เสถียรภาพ’ไร้‘รัฐประหาร’ : รายงานพิเศษ

กลินท์ สารสิน

ช่วงนี้ถือเป็นช่วงสำคัญที่ต่างชาติอยากจะ เข้ามาลงทุนในประเทศไทย จะทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ หลายนโยบายเป็นเรื่องที่ดีที่ควรสานต่อเช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การพัฒนาการศึกษา และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เบื้องต้นส่งผลกระทบในแง่จิตวิทยา ทำให้คนหงุดหงิด ไม่สบายใจ เพราะมีพรรค การเมืองที่เชียร์กันไว้อยู่ในใจ เป็นชนวนปัญหาที่ทำให้เรามีโอกาสจะทะเลาะกันได้ง่าย ภาคเอกชนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะประเทศไทยเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้ มาแล้ว

มุมมองเอกชนกับรัฐบาลใหม่ ขอมี‘เสถียรภาพ’ไร้‘รัฐประหาร’ : รายงานพิเศษ

สุพันธุ์ มงคลสุธี

ผลกระทบที่มีต่อภาพรวมการลงทุนนั้นทุกอย่าง ยังไม่ได้หยุดชะงัก ยังไม่ได้ส่งผล กระทบต่อภาคธุรกิจ เพราะไม่เกิดเหตุการณ์ออกมาประท้วงหรือเกิดความวุ่นวาย จนส่งผลกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชน

แต่ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้า มาลงทุนที่ชะลอออกไป 2 เดือน โดยเฉพาะการลงทุนใหม่ ที่ยังมีความหวังจะได้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลของไทย มีความชัดเจนภายในเดือน พ.ค.2562

“หากปล่อยให้สถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อ ไปนานกว่าที่คาดไว้ จะทำให้ภาคเอกชนและคนในสังคมรู้สึกอึดอัด การดำเนินนโยบายจากภาครัฐขาดความต่อเนื่องในบางโครงการ ยกเว้นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่มีการเปิดประมูลให้ภาคเอกชนดำเนินการไปแล้ว การจับจ่ายใช้สอยก็มีโอกาสที่จะชะลอตัวตามไปด้วย”

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหา วิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะกำหนดนโยบายเศรษฐกิจใหม่ออกมาได้เร็ว คาดว่าไม่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล จะเห็นว่าพื้นฐานนโยบายเศรษฐกิจของแต่ละพรรคการเมือง ที่หาเสียงไว้นั้นไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความพยายามทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี การเพิ่มรายได้ การเพิ่มสวัสดิการสังคม หรือลดต้นทุนในการดำรงชีวิตด้านต่างๆ

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า 2 ขั้วพรรคการเมืองที่ต้องการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีประสบการณ์บริหาร เศรษฐกิจประเทศมาแล้ว และนโยบายด้านเศรษฐกิจก็เน้นกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน เข้ามาดูแลกำลังซื้อกลุ่มฐานราก นับเป็นสิ่งสะท้อนความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนได้ว่า ไม่ว่าขั้วใดจะได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ เศรษฐกิจไทยน่าจะถูกผลักดันได้ในระยะถัดไป

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า ประเมินว่า รัฐบาลใหม่จะจัดตั้งแล้วเสร็จภายใน มิ.ย.นี้ ฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลควรมีคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 275 ที่นั่ง เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบาย และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 ราย ควรสนับสนุนกลุ่มที่มีคะแนนเสียงสูงสุด ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

มุมมองเอกชนกับรัฐบาลใหม่ ขอมี‘เสถียรภาพ’ไร้‘รัฐประหาร’ : รายงานพิเศษ

วรวรรณ ธาราภูมิ

“ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในประเทศ สวีเดน ที่รัฐบาลและฝ่ายค้าน มีคะแนนเสียงเกือบเท่ากัน ทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ไม่ราบรื่น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนแน่นอน”

นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หากมีคะแนนเสียงที่ไม่ขาดและปริ่มน้ำแบบนี้ อาจอยู่ได้ไม่นาน โดยมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะมีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ แต่ทั้งนี้ก็ยังดีกว่าการมีปฏิวัติ เพราะรัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้งจะทะเลาะกันในสภา ดีกว่าเล่นการเมืองข้างถนน

ส่วน นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธาน เจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไรเลวร้ายเหมือนในอดีต และบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ไม่มีความวุ่นวาย ในแง่ของเอกชนแล้ว ต้องการแค่การเมืองสงบ ดังนั้นขอแค่การเมืองสงบ ไม่ทะเลาะกัน และไม่ต้องการรัฐบาลใดที่มาเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ เชื่อว่าทุกอย่างสามารถเดินไปได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ต้องการรัฐบาลที่พอมีเสถียรภาพ และขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ ไม่อยากให้ทุกอย่างนับ 1 ใหม่ อยากเห็นความต่อเนื่องของโครงการต่างๆ อย่าง เมกะโปรเจ็กต์ด้านคมนาคม

นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คาดหวังจะได้ความมั่นคงในเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล นโยบายที่ควรผลักดันคือภาคของการท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องภาษีนำเข้า และการส่งเสริมเรื่องด้านคมนาคม เพราะว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยให้กับประเทศ หากช่วยในเรื่องภาษีนำเข้า และการคมนาคมที่เอื้ออำนวยจะทำให้ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว ประเทศไทยมากขึ้น

นายโมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ต้องการความมีเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อให้นโยบายต่างๆ ยังคงความต่อเนื่อง โดยจะเป็นใครก็ได้ ขอให้มีความมั่นคง และเกิดความสงบ ที่ผ่านมามีเสถียรภาพค่อนข้างมากอยู่แล้ว

มุมมองเอกชนกับรัฐบาลใหม่ ขอมี‘เสถียรภาพ’ไร้‘รัฐประหาร’ : รายงานพิเศษ

ชาญชัย ตระการอุดมสุข

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทมองเป็น 2 ส่วน ก่อนเลือกตั้งบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น มองว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล จะมีความต่อเนื่องหรือไม่ เมื่อเลือกตั้งผ่านไปก็มีความกังวลถึงเสถียรภาพของรัฐบาล ที่อาจกลายเป็นปัญหาในอนาคต ทำให้โครงการต่างๆ ต้องชะลอตัว

รายงานศก.-31มีค62.tif

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน