คลังทุ่ม 2 หมื่นล้าน อัดยาแรงส่งท้ายรอรัฐบาลใหม่ หลังเลือกตั้งไม่นิ่งกดเศรษฐกิจครึ่งปีแรกหดตัว ‘สมคิด’ สั่งคลอดมาตรการรอบทิศ เล็งผุด ‘ช็อปเปิดเทอม’ เอาใจคุณพ่อคุณแม่ ตีปี๊บหักภาษีเที่ยวทั่วไทย แถมกระตุ้นอสังหาฯ อัดสินเชื่อช่วยคนมีบ้าน
คลังทุ่ม 2 หมื่นล้าน อัดยาแรง – นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง ว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าขณะนี้ ปัจจัยด้านการเมืองที่ยังไม่นิ่งเริ่มส่งผลกระทบหลายๆ อย่าง เห็นผลชัดเจนในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2562 ที่เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว จากเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ขยายตัวได้ดี การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรเกินเป้าหมาย ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2562 มีสัญญาณอ่อนตัวลง แต่เมื่อการเมืองชัดเจนก็จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
“การเมืองที่ไม่นิ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนในหลายๆ เรื่อง กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 3% ต้นๆ และในช่วงรอยต่อที่รอรัฐบาลใหม่ ในช่วง 2-3 เดือนนี้ ก็ไม่อยากให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมากจนเกินไป จำเป็นต้องหามาตรการมารักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจ จากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มองว่าเศรษฐกิจโลกจะเริ่มชะลอตัว ซึ่งคงกระทบการส่งออกของไทย ก็ต้องเป็นมาตรการที่มาช่วงดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก”นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า สศค. ได้เสนอมาตรการมาให้พิจารณา และได้สั่งให้กระทรวงไปทบทวนใหม่ โดยกำชับว่า ทุกมาตรการต้องทำให้เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างยั่งยืน และได้ผลกระทบอย่างแรงพอสมควร และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายใน 2 สัปดาห์ โดยมาตรการครอบคลุมเกี่ยวกับการบริโภค กระตุ้นการท่องเที่ยว การใช้จ่าย ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องไปดูรายละเอียดที่จำเป็น ให้มาตรการมีผลในช่วง 3 เดือน เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง
นอกจากนี้ ปัจจุบันการค้าขายออนไลน์มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น แต่คลังยังไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ จึงให้กรมสรรพากรจริงจังในเรื่องนี้ ตามธุรกิจค้าขายออนไลน์ให้รู้ข้อมูลทั้งหมด และจัดเก็บภาษีให้ได้ เพื่อไม่ให้เป็นสุญญากาศจัดเก็บภาษีไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ กฎหมายจัดเก็บภาษีออนไลน์ ยังอยู่ในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ต้องมีการเร่งเรื่องนี้อย่างจริงจัง
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการชุดใหม่คาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยมาตรการกระตุ้นการบริโภค จะเน้นไปที่มาตรการท่องเที่ยว อาจจะจัดให้มีเงินสำหรับไปท่องเที่ยวเมืองรอง หักภาษีท่องเที่ยวจากเดิมเฉพาะเมืองรอง ไปเป็นทั่วประเทศ นอกจากนี้ จะช่วยเหลือภาระภาษีด้านการศึกษาโดยเฉพาะ ในช่วงเปิดเทอม สำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้า เครื่องใช้ กีฬา นำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้คล้ายๆ ช็อปช่วยชาติ แต่เป็น ช็อปช่วงเปิดเทอม รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายซื้อหนังสือ ตำรา ให้นำมาหักภาษีเพิ่มขึ้นได้ทั้งปี เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านทุนมนุษย์
ส่วนมาตรการส่งเสริมด้านการลงทุน จะพิจารณาให้นำค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบจัดเตรียมเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (Tax Invoice) และระบบขายของหน้าร้าน (Point Of Sale) มาหักภาษีได้ 1.5-2 เท่า รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ระยะยาว ให้นักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้สิทธิประโยชน์พิเศษ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำมาตรการร่วมกับกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
ขณะที่มาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากขณะนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงแต่พบว่าไม่สามารถกู้ได้ เพราะธนาคารพาณิชย์มีความเข้มงวดในการให้สินเชื่อ เป็นผลมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งทำให้ภาพรวมชะลอตัวลงหมด ดังนั้นที่จะทำให้คือให้สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ออมสิน มาช่วยซึ่งต้องคุยรายละเอียดมาตรการอีกที เพราะเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรเริ่มจากภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นสูง ถ้าอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว ทุกอย่างก็ดีขึ้น