เปิดแล้วงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียน 2019 และสุดยอดผลไม้ไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เปิดแล้วงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียน

เปิดแล้วงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียน 2019 ท็อปส์มาร์เก็ตคุยไตรมาส 1 ยอดขายโตเกือบ 10% – เดินหน้าจัดบุฟเฟ่ต์ทุเรียน คาดปีนี้สั่งซื้อเกษตรกรทะลุ 1,500 ตัน

เปิดแล้วงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียน – นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจรของรัฐบาล ในการผลักดันประเทศไทยเป็น “มหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก” โดยส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตและแปรรูปสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ภายใต้หลักการการตลาดนำการผลิต (Demand-driven) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบตลาด เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า

ดังนั้น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จับมือกับบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงาน “ณ ลานสแควร์ B (บี) และ C 1 (ซี) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำภาพไทยมหาอำนาจทรอปิคอลฟรุ๊ต (World Tropical Fruit) และเป็น Best Event Destination ต้นตำรับเทศกาลบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและสุดยอดผลไม้ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

โดยงาน “The Original Thailand’s Amazing Durian and Fruit Fest 2019” ต้นตำรับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้ไทย ภายในงานแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและโซน Farmer’s Market

โซนบุฟเฟ่ต์ผลไม้ เริ่มตั้งแต่ 11.00-19.00 น หัวละ 479 บาท/1 ชม. ประกอบด้วย ทุเรียนหมอนทอง มังคุดเงาะโรงเรียน ลองกอง จาก จ.จันทบุรี เมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่น จากกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน จ.พระนครศรีอยุธยา แตงโมกินรี จ.สกลนคร มะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์วิถีไทย จ.ราชบุรี ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวแม่ประไพรศรี ของดีเมืองนนท์ที่ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จากจ.เชียงราย น้ำกะทิจากมะพร้าว 3 น้ำ เมืองแม่กลอง พร้อมมะม่วงน้ำดอกไม้สุก จ.อุทัยธานี มะม่วงน้ำปลาหวานคัดมะม่วงแก้วขมิ้น รสหวานอมเปรี้ยว และไอศกรีมกะทิ

โซน Farmer’s Market ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชนผู้ประกอบการสินค้า Gi นำผลผลิตมาจำหน่ายโดยตรง เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้อย่างยั่งยืน เช่น ทุเรียนป่าเต็ง จังหวัดเพชรบุรี ทุเรียนชะนีเกาะช้าง จังหวัดตราด ทุเรียนหมอนทองจังหวัดจันทบุรี / ปราจีนบุรี /นนทบุรี ทุเรียนก้านยาว จ.จันทบุรี และมังคุดออร์แกนิค อาหารแปรรูปต่างอาทิ พิซซ่า หน้าทุเรียน ไอศกรีมทุเรียน เค้กทุเรียน และมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงสินค้าของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวอีกมากมาย จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมสนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรไทย เลือกช็อป ชม ชิม ผลไม้คุณภาพนานาชนิดที่ส่งตรงมาจากเกษตรกรผู้ผลิต ระหว่างวันที่ 19 -25 เม.ย. ณ ลานสแคว์ บี และ ซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ทั้งนี้ จากการรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ในภาพรวมของไม้ผลภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 712,002 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีผลผลิต 529,385 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 35.20% โดยคาดว่าผลลิตจะเริ่มทยอยออกตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย.และออกมากสุดในเดือนส.ค. ส่วนผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออก รวม 4 ชนิด จะมีจำนวน 886,535 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีจำนวน 667,025 ตัน เพิ่มขึ้น 219,510 ตัน หรือ 32.91% โดยผลผลิตออกมากช่วงกลางเดือนเม.ย.ต่อเนื่องถึงกลางเดือนพ.ค.

ด้านน.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เปิดเผยว่า ยอดขายไตรมาส 1 ปี 2562 เติบโตเกือบ 10% ดีกว่าภาพรวมของตลาดค้าปลีกที่พบว่ามีการเติบโตเพียงราว 4% โดยเป็นผลมาจากท็อปส์ฯ มีจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าที่มีความหลากหลายในการให้บริการลูกค้าทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง มีสินค้าที่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมถึงมีรายการสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ ตลอดจนมีสินค้าตามฤดูกาลค่อนข้างมากจากต่างประเทศ รวมทั้งสินค้าเกษตรต่างๆ ที่บริษัทได้มีการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ซึ่งมีส่วนผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้ดี ประกอบกับได้ความแข็งแกร่งด้านฐานข้อมูลลูกค้าจาก เดอะ วัน การ์ด ของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกผู้ถือบัตรถึง 12 ล้านคน ที่ถือเป็นบิ๊กดาต้า ทำให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอโปรโมชั่นได้ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ยอดขายในแต่ละสาขาเติบโตยิ่งขึ้น

อีกทั้งช่วงที่ผ่านมีการขายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 248 สาขา ในหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย ท็อปส์ มาร์เก็ต 117 สาขา,เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ 10 สาขา,ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ 9 สาขา, ท็อปส์ เดลี่ 108 สาขา และไทยเฟเวอริท จำหน่ายสินค้าของฝากจับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4 สาขา ขณะเดียวกันบริษัทได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างปีที่แล้วได้เปิด ลุคส์ (LOOKS) เป็นโซนสุขภาพและความงาม และทยอยเปิดโซน Eat Over Counter หลังประสบความสำเร็จจากสาขาแรกเซ็นทรัล ชิดลม และได้ขยายไปยังเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ต เซ็นทรัล ป่าตอง และล่าสุดปรับปรุงพื้นที่เพิ่งเสร็จและเปิดให้บริการแล้วที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้ออาหารสด อาทิ เนื้อวัว กุ้ง ปลา และให้ปรุงอาหารตามเมนู โดยจ่ายเพิ่ม 100 บาท เหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่

ขณะเดียวกันล่าสุดท็อปส์ ได้ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงานเทศกาลบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้ไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครั้งที่ 4 ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 เม.ย.นี้ ที่ลาดสแควร์บี และซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บัตรราคา 479 บาท ทุกวัน ทุกรอบ พิเศษ มาเป็นกลุ่มคุ้มกว่า าซื้อ 5 จ่าย 4 โดยคาดว่าปีนี้จะได้ฐานลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปีที่แล้วคนไทย 40% และที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด เนื่องจากผลผลิตทุเรียนในปีนี้ออกเร็ว คุณภาพทุเรียนก็ค่อนข้างดี โดยคัดแต่ทุเรียนแก่มา ซึ่งน่าจะถูกปากคนไทย อีกทั้งขณะนี้คนไทยเริ่มรู้จักบุฟเฟ่ต์ทุเรียนมากขึ้น

โดยทุเรียนที่นำมาจัดบุฟเฟ่ต์มีทั้งหมด 11 พันธุ์ อาทิ หมอนทอง ก้านยาว พวงมณี เป็นต้น โดยคาดว่าจะมียอดขายทุเรียนตลอดงานนี้ประมาณ 42 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ขายได้ 20 ตัน ขณะเดียวกันในปีนี้ท็อปส์ ได้วางเป้าหมายที่จะรับซื้อทุเรียน จากเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรงทั้งจากภาคตะวันออก โดยเฉพาะจันทบุรี และภาคใต้ รวมแล้ว 1,500 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่รับซื้อ 1,000 ตัน ด้วย

บทความก่อนหน้านี้อธิบดีสถ. ถวายแจกันดอกไม้ ถวายพระพรชัยมงคล พระราชินีในรัชกาลที่ 9
บทความถัดไปปีติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขอบใจทุกฝ่าย ร่วมใจดับไฟป่าจนสถานการณ์ดีขึ้น