หอการค้าไทยเผยหลายปัจจัยลบ กดดันให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย เชื่อหากมีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และสหรัฐไม่ขึ้นภาษีสินค้าจากจีน การค้าขายจะกลับมาฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง
ความเชื่อมั่นโมเดิร์นเทรดหด – นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ โมเดิร์นเทรด ประจำไตรมาส 1 ปี 2562 ว่า จากการสำรวจระหว่างวันที่ 18 มี.ค.-20 เม.ย. จำนวน 79 กลุ่มตัวอย่าง อยู่ที่ระดับ 51.5 ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4 ปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 52.1 โดยกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มองว่าธุรกิจโมเดิร์นเทรดประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ยังเติบโตไม่ทั่วถึง ทำให้กำลังซื้อยังไม่กลับมาเป็นปกติ ประกอบกับต้นทุนสินค้าอยู่ในระดับสูง และยังได้รับผลกระทบจากการเมืองที่ยังไม่นิ่ง ตัวเลขดัชนีจึงลดต่ำลงจากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หากเทียบไตรมาสแรกปีนี้กับปีที่แล้ว จะพบว่าการค้าขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว
รวมทั้งผู้ประกอบการเสนอแนะให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ และการบริโภคของภาคเอกชน และผู้บริโภคการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานไม่ให้สูง เกินไปและไม่เกิดการผันผวนด้านราคาสินค้า การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักทุน อยากให้รัฐบาลมุ่งเน้นพัฒนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ทาให้มีกระแสเงินไหลเข้ามาในการจับจ่ายใช้สอยภาคประชาชนมากขึ้น
ส่วนปัจจัยบวกที่มีผลต่อการค้าปลีก เช่น การประกาศจัดการเลือกตั้งทำให้มีบรรยากาศคึกคัก จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอย ของประชาชนนโยบายและมาตรการสวัสดิการของรัฐ เช่น บัตรคนจน ช็อปช่วยชาติ ขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า Visa On Arrival (VOA)
ส่วนปัจจัยลบ คือ สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 สถานการณ์ภัยแล้งที่มาเร็วและมีความรุนแรงทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการจัดหาน้าเพิ่มขึ้นราคาน้ามันมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรยังคงอยู่ในระดับไม่สูง ส่งผลต่อระดับรายได้ของครัวเรือนภาระหนี้สินของครัวเรือน สถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้การบริโภคยังไม่มีการขยายตัว
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เชื่อว่า หากในช่วงครึ่งปีหลังมีการจัดตั้งรัฐบาลชัดเจนเชื่อว่าการค้าขายจะฟื้นตัวดีขึ้นได้ ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก กรณีสงครามการค้า กล่าวคือสหรัฐไม่ขึ้นภาษีสินค้าจากจีน