พาณิชย์ จับมือกฟผ. แก้ปัญหาปาล์มราคาตกต่อเนื่อง มึน! สต๊อกล้นกว่า 2 แสนตัน ฉุดราคาอยู่ที่ก.ก.ละ 1.90-2.40 บาท

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

พาณิชย์-กฟผ.แก้ปาล์มราคาตก – นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาราคา ผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ ด้วยการจัดทำสต๊อกส่วนเกิน โดยให้จัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 200,000 ตัน ไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง เพิ่มเติมจากเดิมที่ใช้น้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้าแล้ว จำนวน 160,000 ตัน

กรมการค้าภายใน กฟผ. ได้เริ่มดำเนินมาตรการตามมติครม. แล้ว โดยในส่วนของกรมการค้าภายใน ได้จัดส่งรายชื่อโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 25 จังหวัด ตรวจสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ เมื่อวันที่ 10-11 พ.ค. 2562 ซึ่งจากผลการตรวจสอบกว่าร้อยโรงงาน ปรากฎว่า มีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบประมาณ 2 แสนตันเศษ และกรมการค้าภายในได้จัดส่งรายชื่อพร้อมปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่ตรวจได้ให้ กฟผ. เพื่อใช้เป็นพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นใบสมัครจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. แล้ว และจะดำเนินการตรวจสอบสต๊อกผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและทำสัญญาซื้อขายกับ กฟผ. อีกสองครั้ง คือ ก่อนส่งมอบ และหลังการส่งมอบ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตรวจสอบ กำกับดูแลการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ตามมติครม.

สำหรับราคาน้ำมันปาล์มดิบ ที่ กฟผ. จะรับซื้อ 200,000 ตัน กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน มอบหมายให้กรมการค้าภายในเป็นผู้พิจารณาราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ กฟผ. ใช้เป็นเกณฑ์รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ โดยสามารถสะท้อนไปยังราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ด้วย ซึ่งในเบื้องต้นนี้ เห็นว่า ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ กฟผ. ควรรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัม (ก.ก.) ละ 16.25-16.50 บาท ซึ่งราคาผลปาล์มน้ำมันที่สอดคล้องกับอัตราดังกล่าวจะอยู่ที่ก.ก.ละ 2.50-3.00 บาท ใกล้เคียงกับต้นทุนของเกษตรกร โดยกรมการค้าภายในพิจารณาจากราคาน้ำมันปาล์มดิบ ส่งมอบ ณ กรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระของผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น ค่าขนส่ง ค่ารักษาคุณภาพ ค่าสูญเสีย ค่าประกันภัยสินค้า และค่าประกันสัญญา เป็นต้น

ทั้งนี้ กฟผ. ได้ประกาศรับสมัครผู้สนใจจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2562 โดยกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการต้องเป็นโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่เป็นเจ้าของน้ำมันปาล์มดิบ และสต๊อกไว้ในคลังของตัวเองเท่านั้นในปริมาณไม่น้อยกว่า 50% ของปริมาณที่เสนอขาย น้ำมันปาล์มดิบที่ขายต้องมีกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid : FFA) ไม่เกิน 5% ความชื้นไม่เกิน 0.05% ทั้งนี้ กฟผ. จะชำระเงินค่าน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ผู้ขาย ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับเอกสารประกอบการเรียกให้ชำระเงินถูกต้องและครบถ้วน การดูดซับน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 200,000 ตัน ในครั้งนี้จะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิ.ย. 2562 จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่ กฟผ. ได้ประกาศไว้ มายื่นใบสมัครเพื่อจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. ได้ที่ กฟผ. สำนักงานใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ได้มอบกรมการค้าภายในเพิ่มความต้องการใช้ด้านการบริโภค ซึ่งกรมฯ จะส่งเสริมการบริโภคน้ำมันพืชปาล์มผ่านช่องทางธงฟ้าประชารัฐ เป้าหมาย 2,500-5,000 ตัน รวมทั้งได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติมโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการค้าภายในรายงานราคาปาล์มน้ำมัน ประจำวันที่ 13 พ.ค. 2562 ดังนี้ ราคาผลปาล์มทะลาย (คุณภาพเปอร์เซ็นต์นำมัน 18%) จ.กระบี่ ก.ก.ละ 2.00-2.40 บาท จ.ชุมพร ก.ก.ละ 1.90-2.30 บาท จ.สุราษฎร์ธานี ก.ก.ละ 2.00-2.40 บาท จ.ชลบุรี ก.ก.ละ 2.25-2.35 บาท และราคาน้ำมันปาล์มดิบเกรดเอ ก.ก.ละ 15.75-16.25 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน