รายงานพิเศษ : เปิดแผน‘ไทย’พร้อมรับมือ‘พญาอินทรี’ปะทะ‘พญามังกร’

เปิดแผน‘ไทย’พร้อมรับมือ‘พญาอินทรี’ปะทะ‘พญามังกร’

รายงานพิเศษ : เปิดแผนไทยพร้อมรับมือพญาอินทรีปะทะพญามังกร

เปิดแผนไทยพร้อมรับมือพญาอินทรีปะทะพญามังกรรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและ จีนที่ต่างฝ่ายขึ้นภาษีกีดกันสินค้าของฝั่งตรงข้ามหลายระลอก

แน่นอนว่าที่เดือดร้อนตามมาไม่พ้นเศรษฐกิจโลกที่ถูก ฉุดอย่างแรง

ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ถือว่าส่งออกไป ทั้งสหรัฐและจีนจำนวนไม่น้อย

จากการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีน 10% ไปเมื่อเดือน 24 .. 2561 ครอบคลุมสินค้าเกษตร ประมง สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าเทคโนโลยี ตามนโยบาย Made in China 2025 รวมทั้งหมด 5,745 รายการ มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 40% ของมูลค่าที่สหรัฐ นำเข้าจากจีน

แม้ว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2561 ถึงไตรมาส 1 ปี 2562 การส่งออกไทยไปสหรัฐ ในสินค้ากลุ่มนี้ เพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบระยะเดียวกันปีก่อนเช่นสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่ม และเครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับ และเครื่องสำอาง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวางใจ

เนื่องจากต่อมาในเมื่อ 10 .. 2562 สหรัฐประกาศขึ้นภาษีสินค้าสินค้าจากจีนอีกรอบเป็น 25% มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จีนก็ประกาศขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐเพื่อตอบโต้มูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านเหรียญ

ทั้งสองประเทศยังมีท่าทีว่าจะประกาศมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อห้ำหั่นกันเป็นระลอกๆ

..ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ รักษารมว.พาณิชย์ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมมาโดยตลอด เริ่มจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (จร.) โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดี ระบุว่า แนวทางการปรับตัวที่ไทยจะต้องทำคือ การทำสัญญาซื้อขายระยะยาวในจีนและสหรัฐ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด

การแสวงหาพันธมิตรทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง และรักษาเสถียรภาพทางการค้าในระยะยาว ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใช้โอกาสที่ไทยเป็นประธานอาเซียนผลักกันการเจรจาอาเซ็ป หรืออาเซียน บวก 6 ให้เสร็จสิ้นให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อโอกาสเจาะตลาดจีนและอินเดียมากขึ้น

ส่วนการเปิดเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ที่เหลืออยู่คือ ไทยปากีสถาน ไทยศรีลังกา ไทยตุรกี จะเร่งเจราให้เสร็จเร็วที่สุด ขณะที่การเจรากับสหภาพยุโรปและเอฟต้าต้องรอหลังการจัดตั้งรัฐบาล

..บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สค.) ระบุว่า ที่ผ่านมาพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการหารือกับผู้อำนวยสำนักงาน ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ เพื่อขยายการส่งออกในส่วนของของสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย

ตลอดปี 2562 กรมเน้นกิจกรรมใหม่ๆ ควบคู่กับภารกิจหลักของกรม โดยเฉพาะการกระจายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ขณะเดียวกันจะเดินหน้ารุกตลาดรองในจีน เน้นบุกเจาะตลาดที่เป็นมณฑล รัฐ และเมืองรองมากขึ้น รวมถึงสหรัฐ อินเดีย และประเทศอื่นๆ ที่สินค้าไทยมีโอกาส

ในวันที่ 31 ..2562 จะมีการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลก มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อประเมินสถานการณ์ และหารือแผนผลักดันการส่งออกเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

กรมการค้าต่างประเทศ(คต.) นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกล่าวว่า ส่งเสริมให้เอกชนขยายการส่งออกเข้าสู่ตลาดจีนแทนสินค้าจากสหรัฐ โดยใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีน (ACFTA) ก็ยิ่งจะช่วยสร้างแต้มต่อให้กับผู้ส่งออกไทย ในการส่งสินค้าเจาะตลาดจีนได้ง่ายขึ้น

สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะมีโอกาสส่งออกไปจีนทดแทนสินค้าสหรัฐ ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตร เช่น อาหารทะเลจำพวกปลาแช่แข็งบางชนิด กุ้งแช่แข็ง ผลไม้จำพวกส้มสด/แห้ง และ ผลไม้แห้ง อื่นๆ ข้าว ผลไม้ปรุงแต่งและ น้ำผลไม้ กากเหลือจากอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร เป็นต้น

..พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ประเมินผลกระทบเบื้องต้นในส่วนของการขึ้นภาษีของสหรัฐ อาจทำให้มูลค่าการ ส่งออกไทยไปจีนลดลงประมาณ 5.6-6.7 พันล้านเหรียญ ขณะเดียวกันพบว่าการส่งออก ไปยังสหรัฐ อินเดีย และเวียดนาม มีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ในปีนี้ จึงเป็นตลาดที่ต้องเร่ง ส่งออกทดแทนจุดเปราะบางอื่นๆ

สินค้ากลุ่มที่การส่งออกอาจลดลงมาก ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกโดย นักลงทุนต่างชาติและไทยขนาดใหญ่ อาจจะต้องใช้มาตรการลงทุนเป็นเครื่องมือสนับสนุน

โดยดึงดูดให้นักลงทุนจากทุกประเทศ รวมทั้งจีนมาลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) มากขึ้น แต่ต้องเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ผลิตสินค้ารุ่นเก่า รวมทั้งอาจขอให้เร่งขยายการลงทุนและกำลังการผลิต ในไทยมากขึ้นกว่าปัจจุบัน และหาทางส่งออกไปสหรัฐ และประเทศอื่นทดแทนตลาดจีน

ผลกระทบจากสงครามการค้าไม่ได้กระทบไทยเพียงประเทศเดียว แต่ส่งผลไปทั่วโลก อาจทำให้ปริมาณการค้าโลกหดตัว รวมทั้งส่งผลต่อตลาดเงิน ตลาดทุน และราคาน้ำมัน การขึ้นภาษีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐ และจีนเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเช่นไทย

ด้าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ายอมรับเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัว เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า โดยเฉพาะภาคการส่งออกไทยที่น่าเป็นห่วง เพราะถูกกระทบทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในคือการเมืองในประเทศ

ขณะนี้อยากให้สถานการณ์การเมืองในประเทศมีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบมาก และไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ไม่ต้องกังวล เพราะเชื่อว่าทุกรัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าต้องรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง มันเป็นความเป็นความตายของคนในประเทศ

ตอนนี้การเมืองยังไม่ลงตัว คนที่ห่วงที่สุดไม่ใช่คนไทย แต่คือนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศที่ชะลอการลงทุน เพราะไม่มีนักธุรกิจคนไหนโง่พอที่จะลงทุนจำนวนมากในช่วงที่ไม่รู้ประเทศจะเป็นอย่างไร ข้าราชการก็รีรอด้วย อีกทั้งยังเกิดสงครามการค้าส่งผลกระทบทั่วโลก และมองว่าไม่น่าจะส่งผลดีต่อไทยนายสมคิด กล่าว

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่า สศค. ติดตามและประเมินผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะด้านการส่งออก การนำเข้า รวมถึงผลกระทบทางอ้อมต่อการท่องเที่ยว และการลงทุน เพราะมาตรการนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่ง ส่งผลเสียต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและการค้าโลกให้แย่ลง

ส่วนของไทยจะได้รับผลกระทบแค่ไหนยังคงต้องติดตามอีกสักระยะเพื่อดูปัจจัยอื่นที่จะตามมา เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ระหว่างนี้ สศค.ยังประมาณการเศรษฐกิจไว้เท่าเดิม 3.8% และการส่งออกอยู่ที่ 3.4%

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โดยนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท. เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐกับจีน จะกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน 3 ด้าน ได้แก่

1.การชะลอตัวของการค้าโลก จะ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่มีความ เชื่อมโยงกับต่างประเทศสูงรวมทั้งไทย ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว

2.ด้านการค้า ผลกระทบจะมีทั้งด้านบวกและด้านลบในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น สินค้าไทยที่ส่งไปประกอบในจีน และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต ที่ส่งต่อไปยังตลาดสหรัฐจะได้รับ ผลกระทบ แต่ขณะเดียวกันสินค้าที่ส่งไปยังตลาดสหรัฐ เพื่อทดแทนสินค้าจากจีนจะได้ประโยชน์

และ 3.ด้านการลงทุน อาจมีการย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียนและไทย แต่การลงทุนอาจใช้เวลาในบางอุตสาห กรรมเพื่อวางแผนการย้ายกระบวน การผลิต

ศึกการค้าสหรัฐจีนส่งผลกระทบแน่นอนทั้งทางบวกและลบต่อประเทศ ไทย อยู่ที่ว่าเราจะเตรียมพร้อมรับมือ ผลลบ และฉวยโอกาสในผลบวกได้ดีขนาดไหน

บทความก่อนหน้านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จำนวน 20 พระรูป
บทความถัดไปดวงประจำวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 : ราศีใดจะเสียทรัพย์ ราศีใดไม่ควรพูดจากับเพศตรงข้าม