กระทรวงพลังงานมอนิเตอร์น้ำมันติดจอ พร้อมรับมือราคาขึ้นฉับพลัน ยันไม่เกิดภาวะขาดแคลน วอนอย่าตื่นตระหนก คงคาดการณ์ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ 73-75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

พลังงานสั่งเกาะติดน้ำมัน – นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานนิทรรศการ “พลังสายธารแห่งพระบารมี” ว่า จากความกังวลต่อความไม่สงบในแถบตะวันออกกลาง และผลกระทบสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในไทยติดตามสถานการณ์น้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานข้อมูลการใช้น้ำมันดิบ การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป แผนบริหารจัดการสต๊อกน้ำมัน และการจำหน่ายน้ำมันมายังกระทรวงพลังงานเป็นรายวันแบบวันต่อวัน จากปกติจะมีการรายงานเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน

“ขณะนี้ไม่ต้องตกใจเรื่องภาวะขาดแคลนน้ำมัน เพราะยืนยันไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองใช้เพียงพอต่อเนื่องเป็นเวลา 30-45 วัน ซึ่งกระทรวงพลังงานมีมาตรการติดตามตรวจสอบดูแลเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเข้ามากระทบต่อราคาน้ำมันอยู่แล้ว ยืนยันจะไม่ปล่อยให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศแพงขึ้นแบบฉับพลัน ทั้งยังช่วยดูแลเศรษฐกิจไทยที่ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่งให้สามารถรองรับปัจจัยเสี่ยงได้ โดยเบื้องต้นมองแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกตลอดทั้งปีนี้จะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 73-75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลตามที่คาดไว้”

นอกจากนี้ วันที่ 23 พ.ค.นี้ กระทรวงพลังงานได้นัดหน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานในสังกัดของกระทรวงหารือร่วมกันเป็นครั้งที่สอง เพื่อรายงานข้อมูล ซักซ้อมความเข้าใจและการแบ่งงานที่มีความชัดเจน เช่น บริษัทใดสั่งน้ำมันดิบ เรือขนส่งน้ำมันเดินทางออกจากท่าเรือไหน เส้นทางไหน ถึงจุดไหน เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบัน ไม่ให้เกิดการตื่นตระหนกหากเกิดกรณีวิกฤตเข้ามาส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกระชากขึ้นไปอยู่ในระดับสูง

นายศิริ กล่าวว่า อีกแง่หนึ่งมองความไม่สงบในตะวันออกกลางหลังประเทศสหรัฐคว่ำบาตรประเทศอิหร่านที่อาจเพิ่มความรุนแรงขึ้น ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของหลายประเทศทั่วโลก เช่น การส่งออกเดือนพ.ค. ของประเทศเกาหลีลดลง 20-30% รวมถึงการส่งออกของไทยที่ลดลง 10% ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกขยายตัวลดลงอาจทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินสดประมาณ 36,000-37,000 ล้านบาท เพียงพอในการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงในประเทศเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะหากเกิดวิกฤตที่ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน หรือราคาน้ำมันแพง ไบโอดีเซลจะเป็นเชื้อเพลิงที่สร้างความมั่นคงด้านพลังงานได้ ส่วนแนวโน้มราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในช่วงนี้ปรับตัวลดลง เพราะสภาพอากาศที่เข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้ความต้องการใช้แอลพีจีทั่วโลกลดลงตามกัน

สำหรับสถานการณ์น้ำมันปาล์มปัจจุบันหลังจากที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) รอบใหม่ 100,000 ตัน ในราคาที่สูงกว่าตลาด 16.50 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อดูดซีพีโอส่วนเกินจากตลาด ล่าสุดมีผู้เสนอขายรวมแล้วเพียง 47,000 ตัน ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทางกระทรวงพลังงานจึงได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อประเมินสถานการณ์ที่มองว่าอาจไม่มีซีพีโอล้นสต๊อกออกมาแล้ว รวมถึงพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาคอขวดที่ปิดกั้นการส่งเสริมด้านราคาให้ถึงเกษตรกรอย่างเต็มที่ว่าติดขัดในส่วนไหนทั้งกิจการด้านของปาล์ม การสกัดปาล์ม และปาล์มน้ำมัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน