พาณิชย์เตรียมหารือตัวแทนอุตสาหกรรมกว่า 20 สมาคม พร้อมรับมือสงครามการค้าอีกระลอก หลังการเจรจาสหรัฐและจีนไม่คืบหน้า
พาณิชย์ เตรียมหารือตัวแทนอุตฯ – น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ว่า สงครามการค้าส่อเค้ายืดเยื้อภายหลังการเจรจาสหรัฐและจีนไม่คืบหน้าในประเด็นเชิงโครงสร้าง อาทิ การบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยทางสหรัฐ เดินหน้ากดดันจีนเต็มรูปแบบทั้งประกาศปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนกลุ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (จำนวน 5,745 รายการ) เป็น 25% (มีผลบังคับใช้วันที่ 10 พ.ค.2562) และขู่ขึ้นภาษีเพิ่มเติมอีกประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้เปิดเผยร่างรายการสินค้าประมาณ 3,800 รายการ และจะจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในช่วงเดือนมิ.ย. 2562 ในขณะที่ ทางการจีนประกาศขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ ประมาณ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (จำนวน 5,140 รายการ มีผลบังคับใช้ 1 มิ.ย. 2562) ตอบโต้กลุ่มภาษี 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
สำหรับสินค้าล็อตใหม่ที่สหรัฐ เตรียมขึ้นภาษีจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นสินค้าส่วนที่เหลือเกือบทั้งหมดที่สหรัฐนำเข้าจากจีน โดยส่วนใหญ่ครอบคลุมสินค้าอุปโภค และบริโภค อาทิ อาหาร อุปกรณ์/เครื่องใช้ภายในบ้าน เสื้อผ้าและรองเท้า เครื่องประดับ ซึ่งหากสหรัฐ เดินหน้าขึ้นภาษีจริง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค และประเมินว่าในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค ผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทานจีนจะมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับมาตรการที่ผ่านมา และไทยมีโอกาสที่จะส่งออกเพิ่มในตลาดสหรัฐ กว่า 725 รายการ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 200-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นสินค้าที่ไทยมีด้วยส่วนแบ่งตลาดและความสามารถทางการแข่งขันในรายสินค้า (RCA) สูง ประกอบกับภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าไทยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค อาทิ อาหารและเครื่องปรุงอาหาร (เครื่องเทศ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันมะพร้าว พีนัท ถั่ว Pignolia น้ำตาลอ้อย) น้ำผลไม้ ขิง ชาเขียว เสื้อผ้าและผ้าผืน รองเท้า อุปกรณ์กีฬา เครื่องประดับ (ไข่มุกและนาฬิกา) และของใช้ในบ้าน (เครื่องเซรามิค เครื่องแก้ว)
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังติดตามสถานการณ์การนำเข้าอย่างใกล้ชิดในกลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ฯ อะลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ เครื่องจักรไฟฟ้าฯ ทองแดง และเคมีภัณฑ์ เพื่อป้องกันการสินค้าไหลเข้ามาไทยเป็นจำนวนมากจากมาตรการภาษีระหว่างสหรัฐฯและจีนที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศและผู้บริโภค ซึ่งยังไม่พบการนำเข้าที่ผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา
ขณะนี้การค้าไม่แน่นอนและมีความท้าทายสูง ปัจจัยสำคัญของการการกระตุ้นส่งออก คือ การช่วงชิงโอกาส (Speed) และกลยุทธ์ (Strategy) ให้ตอบโจทย์อย่างตรงจุด เพื่อเร่งผลักดันการขายตามความต้องการของตลาด
โดยในวันที่ 29 พ.ค. นี้ จะมีการประชุมกับตัวแทนอุตสาหกรรมกว่า 20 สมาคม/กลุ่ม เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ และการปรับกลยุทธ์ผลักดันการส่งออกสินค้าศักยภาพข้างต้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้จะนำผลหารือจากการประชุมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ในวันที่ 11 มิ.ย. 2562 เพื่อกำหนดแนวทางการรับมือในเรื่องสงครามการค้า และกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การค้าระยะยาวที่จะต้องพิจารณาระบบการค้าและการลงทุน (Trade & Investment Ecosystem) ทั้งระบบให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของการค้าโดยเน้นผลักดันและกระตุ้นการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่อไป