กลุ่มบุญรอดรุกธุรกิจอาหาร เปลี่ยนทิศหลังตลาดเบียร์อิ่มตัว พร้อมเดินเครื่องครบวงจร ประเดิมลงทุน 2,500 ล้าน เตรียมซื้อกิจการ-ร่วมทุน เสริมแกร่ง 3 ปียอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้าน
กลุ่มบุญรอดรุกธุรกิจอาหาร – นายปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟ็ตเตอร์ส จำกัด ในกลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ดำเนินการธุรกิจอาหารครบวงจร เปิดเผยว่า จากนโยบายของนายสันติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ให้ปรับเปลี่ยนทิศทางเน้นไปยังกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างจริงจัง หลังจากที่ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจเบียร์ มีอัตราการเติบโตน้อยลง เพราะภาพรวมตลาดเบียร์อิ่มตัว และมีแนวโน้มเติบโตลดลงในแต่ละปี ทำให้ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจอาหารในกลุ่มบุญรอดใหม่เมื่อปีที่แล้ว โดยนำมารวมกัน และอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท คือ ฟู้ด แฟ็ตเตอร์ส เพื่อดำเนินธุรกิจอาหารอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ฟู้ด แฟ็ตเตอร์ส จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ธุรกิจร้านอาหาร หรือ ฟู้ด รีเทล มีบริษัท เอสคอมพานี จำกัด ดูแลรับผิดชอบ ปัจจุบันมีร้าน Est.33, ฟาร์มดีไซน์ และร้านอาหารญี่ปุ่น Kitaohji และในส่วนสินค้า และการผลิต (Product & Production) มีบริษัท เฮสโก้ โซลูชั่น จำกัด และบริษัท เฮสโก้ ฟู้ด จำกัด ดูแลรับผิดชอบโรงงานผลิตสินค้าออกสู่ตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งบริษัท ข้าวพันดี จำกัด จำหน่ายข้าวบรรจุถุง พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมความพร้อมด้วยการตั้งศูนย์นวัตกรรมวิจัยและพัฒนาสินค้าด้านอาหาร ที่จ.ปทุมธานี และในอนาคตจะมีโครงการ ฟู้ด วัลเล่ย์ (Food Valley) นิคมอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร บนพื้นที่ 2,000 ไร่ ที่จ.อ่างทอง ร่วมกับสถาบันอาหาร, ธนาคารเอสเอ็มอี และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปัจจุบันกำลังดำเนินการ
“ต้องทำให้ธุรกิจอาหารเทกออฟให้ได้ภายใน 3 ปีนี้ (ปี 2563-2565) ปัจจุบันยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารอยู่ที่ 450 ล้านบาท ถือว่ายังเล็กและใหม่มากสำหรับกลุ่มบุญรอดที่มียอดขายรวมกว่าแสนล้านบาท แต่ใน 3 ปีต้องให้ได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และมีผลกำไรระดับ 8-15% เทียบเท่ากับอุตสาหกรรมอาหาร ดังนั้นบริษัทต้องลงทุน เบื้องต้นวางไว้ประมาณ 2,500 ล้านบาทในการพัฒนาสินค้าที่ต้องมีรสชาติอร่อย มีนวัตกรรม และพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า รวมถึงการหาพันธมิตร เพื่อจะร่วมกันเติบโตอย่างแข็งแรง”
นายปิติ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทด้านอาหารอยู่ 3 ราย ที่มียอดขายระดับ 1,000 ล้านบาท 1 บริษัท และมากกว่า 1,000 ล้านบาทอีก 2 บริษัท จะเป็นในรูปแบบการซื้อกิจการ และการร่วมทุน คาดว่าจะสรุปในเร็วๆ นี้ เพื่อทำให้ขยายตัวได้เร็วขึ้น และมาเสริมให้ธุรกิจอาหารของกลุ่มบุญรอด ที่จะขยายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ธุรกิจอาหารมีอัตราการเติบโตที่ดีในทุกกลุ่มในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทั้ง กลุ่มขนม ซอส และวัตถุดิบต่างๆ