กลุ่มนอร์ดิกหายต่ำสุดรอบ 10 ปี ททท. ลุยจับมือสตาร์ตอัพใช้นวัตกรรมดึงนักท่องเที่ยวมาไทย

กลุ่มนอร์ดิกหายต่ำสุดรอบ 10 ปี

ททท. จับมือสตาร์ตอัพนำนวัตกรรมท่องเที่ยวลุยนอร์ดิกดันรายได้เพิ่มหลังค่าเงินป่วน – นักท่องเที่ยวไม่บินมาเที่ยว 4 เดือนหาย 30% ต่ำสุดรอบ 10 ปี

กลุ่มนอร์ดิกหายต่ำสุดรอบ 10 ปี – น.ส.สุปราณี ป้องปัด ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า 4 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-เม.ย.) จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศ นอร์ดิก ประกอบด้วย สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์และฟินแลนด์ ที่เดินทางมาเมืองไทยด้วยเครื่องบินลดลงประมาณ 30% ซึ่งเป็นการลดลงมากสุดในรอบ 10 ปี สอดคล้องกับสถานการณ์ภาพรวมของกลุ่มนอร์ดิก ที่ลดการเดินทางด้วยเครื่องบิน ทั้งระยะใกล้และระยะไกล 30% สาเหตุจากบรรยากาศในนอร์ดิกที่ดึงดูดในคนในภูมิภาคนั้นเดินทางท่องเที่ยวภายใน อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่า ทำให้ต้องจ่ายแพงหากเดินทางระยะไกล

ดังนั้นเพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มสินค้าใหม่ๆ และรักษาฐานลูกค้าเดิม ททท. ได้จัดทำโครงการ Bringing the New Shades of Thailand to Nordic Travelers นี้ จะใช้วิธีการร่วมมือกับกลุ่มสตาร์ตอัพที่มีนวัตกรรมและมี Digital Asset ที่สามารถต่อยอดขยายตลาดได้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสมุมมองใหม่ของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการรับบริการจากดิจิทัล แพลตฟอร์มในรูปแบบต่างๆ ของสตาร์ตอัพ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้นักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสในการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการ

นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ จัดว่าเป็นกลุ่มที่มีภักดีต่อสินค้าหรือสิ่งที่ชื่นชอบ (Brand Loyalty) ในการมาเที่ยวเมืองไทยสูงมาก กว่า 70% มีการใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปประมาณ 85,000-87,000 บาท วันพักยาวประมาณ 17 วัน คาดว่าหากใช้สตาร์ตอัพเข้ามากระตุ้นการใช้จ่ายและอยากเที่ยว จะทำให้ยอดการใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปเพิ่มขึ้นเป็น 87,550-89,610 บาท และ เป็นกลุ่มที่กลับมาเที่ยวซ้ำหลายครั้ง ที่สำคัญคือมีการวางแผนจัดการการท่องเที่ยวโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ

โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ชอบไปจะเป็นทะเล อาทิ ภูเก็ต กระบี่ นอกจากทะเลยังมี ภาคเหนือ อาทิ แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน สุโขทัย แต่กลุ่มนี้ไม่ชอบแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวแออัด จึงต้องหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และยังมีความชื่นชอบเรื่องของอาหาร วัฒนธรรม แต่กลุ่มนี้จะเที่ยวแบบสะดวกสบาย

“กลุ่มประเทศนอร์ดิกเป็นตลาดที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของภูมิภาคยุโรป โดยเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่า 750,000 คนในแต่ละปี สร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 65,000 ล้านบาท ปี 2562 มีเป้าหมายการเติบโตของรายได้ประมาณ 3-5% ทั้งปี แต่เมื่อเกิดปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งเรื่องของสภาพอากาศที่ดีทำให้คนในพื้นที่ไม่เดินทางออกนอกประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ททท. จึงจะร่วมกับสตาร์ตอัพ เพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ให้กับกลุ่มประเทศนอร์ดิก คาดว่ารายได้จะเติบโตเป็น 66,950 ล้านบาท ใกล้เคียงเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้”

ด้านน.ส.เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสตอกโฮล์ม เจ้าของโครงการ Bringing the New Shades of Thailand to Nordic Travelers กล่าวว่า ททท. เปิดรับสมัครสตาร์ตอัพที่เกี่ยวข้องทุกสาขาให้เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการโดยไม่จำกัดจำนวน เช่น กลุ่ม Travel Tech กลุ่ม Tourism Lifestyle กลุ่มให้บริการด้านการเดินทาง กลุ่ม Hospitality กลุ่ม Food Services กลุ่ม Wellness Lifestyle กลุ่ม Community Based และ Local Experiences โดยจะเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพที่สนใจส่งรายละเอียดของสินค้าและบริการ ด้วยการนำเสนอว่าอยากร่วมมือในการให้บริการกับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกในด้านใด ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์สินค้าและบริการร่วมกันแบบ Co creation เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะไปบุกตลาดด้วยกัน

คาดว่าจะได้สตาร์ตอัพที่มีศักยภาพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวผ่านการคัดเลือกประมาณ 20-30 ราย ททท. จะผู้นำสตาร์ตอัพกลุ่มนี้ไปประชาสัมพันธ์ในนักท่องเที่ยวทราบ และร่วมกันเจาะตลาด B to C ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ดังนั้นหากผู้ประกอบการสตาร์ตอัพสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.-14 ก.ค. 2562 ผ่านช่องทางออนไลน์ www.innovatepartner.com/TATnordic/ และ Facebook ของโครงการคือ https://www.facebook.com/ThaiStartup.Nord

บทความก่อนหน้านี้ภูมิใจไทย ตั้งกรรมการสอบ “เสี่ยโต้ง” โหวตนายกฯ สวนมติพรรค ชี้โทษหนักสุดขับออกจากพรรค
บทความถัดไปสาวผวา หนุ่มข้างบ้าน บุกเข้าห้อง บีบคอ ผลักเข้าที่นอน อ้างเอาลอตเตอรี่มาให้