คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สั่งทุ่มงบ 9 พันล้าน ตึงค่าเอฟทีงวดก.ย.-ธ.ค.62 รับครม.ใหม่ – ชี้ไม่ต้องการให้ค่าไฟมาซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย

ตรึงค่าไฟฟ้ารับครม.ใหม่ – น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ. มีมติให้คงอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับการเรียกเก็บเดือนก.ย.-ธ.ค. 2562 อยู่ที่ลบ 11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม คาดจะใช้เงินงบประมาณ 9,000 ล้านบาท โดยจะนำเงินจากการกำกับประสิทธิภาพการดำเนินงานของการไฟฟ้าในปี 2561 ที่มีประมาณ 3,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือประมาณ 6,000 ล้านบาท จะร่วมมือกันระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายช่วยรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงแทนประชาชนไปชั่วคราวก่อน

“กกพ. ให้คงค่าเอฟทีต่อไปอีก 4 เดือน ภายใต้ปัจจัยหลักด้านต้นทุนขาขึ้น ซึ่งมีผลต่อค่าเอฟทีปรับขึ้น 16.82 สตางค์ต่อหน่วยหรือค่าเอฟทีจะไปอยู่ที่ 5.22 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งยังมีความผันผวนและกดดันต่อค่าเอฟที กกพ. จึงพยายามรักษาค่าเอฟทีในระดับเดิมเท่ากับงวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา เพราะไม่ต้องการให้ปัจจัยค่าไฟฟ้ามากระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ภาวะการส่งออกของประเทศชะลอตัวลงจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของภาวะการค้าโลก”น.ส.นฤภัทร กล่าว

ส่วนค่าไฟงวดต่อไป (ม.ค.-เม.ย. 2563) ที่คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 63 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จึงต้องติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันระยะต่อไปอีกว่าจะมีทิศทางอย่างไร เพราะจะสะท้อนไปยังราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

โดยแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าคาดอยู่ที่ 305.20 บาทต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา 23.75 บาทต่อล้านบีทียู คิดเป็นสัดส่วนการใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ายังคงอยู่ที่ 55.78% รองลงมาเป็นการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ 18.91% ลิกไนต์ ลิกไนต์ 8.79% และถ่านหินนำเข้า 7.93% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าถ่านหินเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเอกชนอยู่ที่ 2,739.31 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น 96.18 บาทต่อตัน จาก 2,643.13 บาทต่อตัน

นอกจากนี้ ยังคำนวณสมมติฐานจากต้นทุนของอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าเท่ากับ 31.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรืออ่อนค่าลงกว่าช่วงที่ประมาณการในงวดเดือนพ.ค.- ส.ค. 2562 ที่มีค่าเฉลี่ย 4 เดือนอยู่ที่ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ประกอบกับความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือนก.ย.-ธ.ค. 2562 อยู่ที่ 64,416.20 ล้านหน่วย ลดลงจากช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค. 2562 ที่ 5.8% คิดเป็น 3,966.19 ล้านหน่วย ตามสภาพความต้องการไฟฟ้าที่ลดลงเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงปลายปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน