Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 27 พ.ค. 2563

เอกชนตบเท้าพบแบงก์ชาติ ตื๊อลดดอกอีก 0.25% สกัดบาทแข็ง อ้อนผ่อนแอลทีวีชี้ทำกู้ไม่ผ่านพุ่ง

8 ส.ค. 2562 - 20:33 น.

เอกชนตบเท้าพบแบงก์ชาติ ตื๊อลดดอกเบี้ยอีก 0.25% สกัดบาทแข็ง พร้อมขอผ่อนปรนมาตรการแอลทีวี ชี้ทำกู้ไม่ผ่านพุ่งแตะ 40%

เอกชนพบแบงก์ชาติตื๊อลดดอกอีก - นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนทั้งสภาหอการค้าฯและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เข้าพบนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือถึงปัญหาด้านการค้าการลงทุนต่างๆ โดยสภาหอการค้าฯ ได้มีข้อเสนอ ธปท. ให้ลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพราะเงินบาทยังแข็งค่าอยู่ และให้ดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุน ดูเงินไหลเข้าไหลออก หากพบสัญญาเก็งกำไรให้มีมาตรการดูแล ซึ่งธปท. ชี้แจงค่าเงินเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจคือดุลบัญชีเดินสะพัดไทยสูง และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มีมาก โดยจะทำอย่างไรให้โครงสร้างเศรษฐกิจเอื้อต่อการดูแลค่าเงินบาทในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ธปท. สนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางของการเงิน เพราะตอนนี้การค้าขายมีการใช้เงินลงทุนผ่านสิงคโปร์ มองว่าถ้าไทยยังไม่เป็นศูนย์กลางการเงิน ทำให้ยังใช้ดอลลาร์อยู่ดี รวมทั้งสนับสนุนสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้น และให้ใช้สกุลเงินบาทในการค้าขาย เช่นในหลายประเทศได้ใช้เงินบาทแล้ว โดยออสเตรเลียมีสัดส่วน 34% ด้านลาว 60% พม่า 50% ถือเป็นเรื่องที่ดี

“ยังหารือเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งยังแข็งค่าอยู่มาก แต่ต้องขอบคุณผู้ว่าการธปท. ที่ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมีมาตรการอื่นมาเสริมด้วย และสภาหาการค้าฯ ได้มาเสนอมาตรการ รวมทั้งมารายงานปัญหา ซึ่งผู้ว่าการธปท. ก็ได้เห็นด้วย และรับไปพิจารณาศึกษาข้อเสนอต่างๆ โดยเป็นการหารือไม่ใช่ต้องทำตาม”

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการร้องเรียนมาก โดยเฉพาะการส่งออกภาคเกษตร เพราะขีดความสามารถมีปัญหา จากเงินบาทแข็ง ซึ่งเมื่อเทียบคู่แข่งที่มีค่าเงินอ่อน แต่เงินบาทไทยก็แข็ง ทำให้มีความเป็นห่วง และจีนได้ปล่อยค่าเงินหยวนลดลงมาอ่อนอีก ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีปัญหามาก จึงขอให้ธปท. ต้องดูมาตรการอื่นมาเสริมโดยด่วน เพื่อไม่ให้กระทบต่อความสามารถแข่งขัน และฝากรัฐบาลดูเรื่องค่าแรง ถ้าเพิ่มค่าแรงจะกระทบเพิ่มอีกมาก

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ได้มาเสนอตัวเลือกช่วยลดผลกระทบจากมาตรการแอลทีวี ทั้งการไม่ใช้ราคาประเมินจากบริษัทประเมินราคาที่ดิน หรือธนาคารซึ่งมีความน่าเชื่อถือ มาเป็นใช้ราคาซื้อขายจริงแทน ทำให้พบปัญหาได้ในอนาคต และเรื่องผู้กู้ร่วมหรือการค้ำประกัน ซึ่งได้รับผลกระทบแล้ว เพราะไม่อยากมีใครกู้ร่วม เนื่องจากหากขอกู้เองจะทำให้เป็นสัญญาที่ 2 ตามเกณฑ์ธปท. ซึ่งจะต้องมีเงินดาวน์ รวมทั้งขอขยายเวลาผ่อนดาวน์เพราะไม่สอดคล้องกับการก่อสร้าง โดยบ้านจัดสรรใช้เวลาก่อสร้าง 5-6 เดือนเท่านั้น ส่วนคอนโดฯ ใช้เวลา 2 ปี มองว่ามาตรการใช้ร่วมกันทั้งแนวราบและแนวสูงไม่ได้

“ได้เสนอควรตั้งคณะทำงานทบทวนมาตรการแอลทีวีเป็นรายไตรมาส เพื่อดูผลกระทบและแก้ไข ซึ่งปัญหาคือระยะเวลาผ่อนดาวน์จนก่อสร้างเสร็จ ใช้เวลาไม่เท่ากัน เป็นการฝืนตลาด เป็นการฝืนธรรมชาติ ธปท. จะมีวิธีไหนผ่อนปรนให้ตลาดขยับได้ มาตรการแอลทีวีใช้รวมกันทั้งแนวราบ แนวสูงไม่ได้ เพราะแนวราบไม่พบเก็งกำไรมาหลายสิบปีแล้ว และยังทำให้อัตราการกู้ไม่ผ่านเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปกติกู้ไม่ผ่าน 20% แต่ตอนนี้กู้ไม่ผ่านถึง 40% อาจทำให้ตลาดทรุดลงไปอีก”

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เอกชนตบเท้าพบแบงก์ชาติ ตื๊อลดดอกอีก 0.25% สกัดบาทแข็ง อ้อนผ่อนแอลทีวีชี้ทำกู้ไม่ผ่านพุ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง