เมื่อวันที่ 22 ส.ค. หลังจากเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่รายงานการตรวจสอบการประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการทางการเงินประเภทรับจำนำทะเบียนรถ โดยลงโทษปรับบริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด(มหาชน) จำนวน 1,655,000 บาท กรณีเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าบริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเกินกว่าเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่บริษัทประกาศไว้
ทางกลุ่มพิทักษ์สิทธิลูกหนี้ ระบุว่านอกจากกรณีที่ตัดสินไปแล้ว ยังมีผู้ให้บริการทางการเงินในลักษณะเดียวกันอีกนับสิบราย โดยเฉพาะที่เคยถูกร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รวมทั้งฟ้องร้องต่อศาล แต่กลับไม่ถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษแต่อย่างใด ซึ่งจะกระทบกับความเชื่อมั่นเนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีมูลกว่า 200,000 ล้านบาท

จากนี้จะสอบถามความคืบหน้ากรณีจดหมายร้องเรียนของลูกหนี้ต่อบริษัทจำนำทะเบียนรถชื่อดัง 2-3 แห่ง ว่า ธปท.มีความคืบหน้าในการตรวจสอบไปอย่างไรบ้างแล้ว ทางกลุ่มต้องการให้ ธปท. ใช้เกณฑ์เดียวกันกับที่ตรวจสอบเงินทุนศรีสวัสดิ์
“ผู้เสียหายหลายรายส่งเอกสารร้องเรียนไปยังผู้ว่าธปท.โดยตรงและมีการตรวจสอบภายในธปท.ก่อนมีการแจ้งกลับไปยังลูกหนี้โดยระบุว่าดำเนินการขัดประกาศ ธปท.และ พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 แต่ยังไม่ลงโทษใดๆ จึงจะขอรายละเอียดระบบตรวจสอบของ ธปท.นั้น ใช้เกณฑ์ชี้วัดใด เพราะยังมีผู้ประกอบบางส่วนมีพฤติกรรมโขกดอกเบี้ยเกินอัตรา”
ด้านผู้บริหารบริษัทเงินทุนศรีสวัสดิ์ ยอมรับว่าได้ถูกฝ่ายตรวจสอบของ ธปท.สั่งปรับจากการปล่อยกู้ที่มีการคิดค่าบริการไม่เป็นไปตามประกาศบริษัทจริง แต่ก็ได้ดำเนินการแก้ไขเสร็จแล้ว และถือได้ว่าพอร์ทสินเชื่อของบริษัทไร้ปัญหา ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นมาจากหลักเกณฑ์ที่คลุมเครือของธปท. ทางบริษัทยินดีทำตามเพียงขอให้ดำเนินการตรวจสอบและปฏิบัติกับรายอื่นๆ บนมาตรฐานเดียวกันด้วย