Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 26 ก.พ. 2563

กนง. หั่นดอกเบี้ย 0.25% ต่ำสุดในประวัติการณ์ หลังศก.ไทยวืดเป้า ส่งออก-บริโภคในประเทศหืดจับ

6 พ.ย. 2562 - 16:37 น.

กนง.เสียงแตกหั่นดอกเบี้ย 0.25% ต่ำสุดในประวัติการณ์เหลือ 1.25% ต่อปี หลังเศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่เข้าเป้า ส่งออก-บริโภคในประเทศหืดจับ มีการเลิกจ้างงาน เล็งรื้อประมาณการณ์ศก.ปีนี้ต่ำกว่าเดิม

กนง. หั่นดอกเบี้ย 0.25% - นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 คณะกรรมการฯ มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% เหลือ 1.25% โดยให้มีผลทันที โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกที่ลดลงจากสงครามการค้าส่งผลให้มีการเลิกจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อ มีปัจจัยเสี่ยงต้องติดตาม

ทั้งนี้ คณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่ให้ลดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และทำให้เงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย ขณะที่คณะกรรมการอีก 2 ท่าน เห็นว่าภาวะปัจจุบันนโยบายการเงินอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายอยู่แล้ว การลดดอกเบี้ยอาจไม่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจมากนัก และจำเป็นต้องรักษาความสามารถดำเนินนโยบาย (Policy Space) ที่มีจำกัดเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวชะลอ การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวตามรายได้ที่น้อยลงและการถูกเลิกจ้างงานในภาคการผลิตส่งออก รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การลงทุนภาคเอกชนก็ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า

“การปรับลดดอกเบี้ยลงมาที่ 1.25% ต่อปี ถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ เทียบกับช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เนื่องจาก กนง. เห็นว่าเศรษฐกิจไทยระยะต่อไปยังต้องเผชิญความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะด้านต่างประเทศผลกระทบจากสงครามการค้า เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และปัจจัยภายในประเทศเรื่องการทุนภาครัฐและเอกชน ที่ กนง. ยังต้องติดตามใกล้ชิด”นายทิตนันทิ์ กล่าว

นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อปี 2562 และ 2563 ที่แนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง อาทิ ผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจ e-commerce การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น รวมถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าในอดีต

นอกจากนี้ กนง. ยังเป็นห่วงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยมากขึ้น คณะกรรมการฯ จึงสนับสนุนให้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินเพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออก ลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และช่วยให้ภาคเอกชนบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้สะดวกขึ้น

นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า กนง. ได้ประเมินแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เมื่อเทียบกับที่ประเมินครั้งล่าสุดปีนี้ที่คาดว่าที่ 2.8% มีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาด ทั้งจากปัจจัยการส่งออกที่ขยายตัวต่ำกว่าที่คาด การจ้างงานชะลอตัวเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก และอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่ำ แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศของรัฐแล้วก็ตาม ทำให้การประชุมครั้งต่อไปในเดือน ธ.ค. จะต้องมีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่

อย่างไรก็ดี สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะต้องติดตามต่อเนื่อง เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด ส่งผลให้ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้น ดอกเบี้ย MRR และ ดอกเบี้ย MOR ปรับตัวลดลงตาม แต่ดอกเบี้ย MLR ไม่ได้ปรับลง ดังนั้นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรอบใหม่ จะส่งผลให้ MLR ลดลงหรือไม่ จะต้องติดตาม ส่วนเรื่อง Policy Space ธปท.พร้อมใช้เครื่องมือที่มีอยู่ ซึ่งยอมรับว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายลง ส่งผลให้ Policy Space มีจำกัดมากขึ้น


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ กนง. หั่นดอกเบี้ย 0.25% ต่ำสุดในประวัติการณ์ หลังศก.ไทยวืดเป้า ส่งออก-บริโภคในประเทศหืดจับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง