ภัยแล้งดันราคาสินค้าเกษตร-เงินเฟ้อพุ่ง 0.71% พาณิชย์กังวลสินค้าเกษตรหดตัว ส่งผลราคาแพงต่อเนื่องในปี’63

ภัยแล้งดันราคาสินค้าเกษตร – น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เฉลี่ยปี 2562 สูงขึ้น 0.71% โดยอยู่ในกรอบคาดการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ที่ 0.7-1.0% เนื่องจากปัจจัยกดดัน 2 ตัวคือกลุ่มอาหารสด ราคาสูงขึ้น 4.21% จากผักและผลไม้ ที่ได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของอากาศช่วงกลางปี และเกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้ราคาข้าวสารเหนียวสูงสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่หมวดพลังงานลดลง 2.68% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี ลดลงอย่างต่อเนื่อจากความพยายามลดค่าครองชีพของรัฐบาลให้กับประชาชน

“เงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2562 ไม่ถึงเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 1% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.52% แต่ถือว่าเงินเฟ้ออยู่ในอัตราที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของราคาอาหารสดที่ปรับขึ้น-ลงและสภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อสูงขึ้นจากนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร ส่งผลให้การบริโภคภาคเกษตรปรับตัวสูงขึ้น ไม่น่ากังวลและไม่ผิดปกติแต่อย่างใด”

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า ขณะที่เงินเฟ้อเดือนธ.ค. 2562 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ปรับตัวสูงขึ้น 0.87% เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาข้าวสาร ที่ปรับสูงขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในสัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ รวมถึงราคาเนื้อสุกรจากต้นทุนการเฝ้าระวังโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ส่งผลให้หมวดอาหารสดสูงขึ้น 3.34% ขณะที่การหดตัวของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง หดตัวน้อยที่สุดในรอบ 8 เดือน ที่ลดลง 0.59 จากการปรับราคาตามตลาดโลก ถึงแม้ว่าจะมีการลดลงของราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิด 1 บาท/ลิตร ในช่วงวันที่ 26 ธ.ค 2562 – 10 ม.ค. 2563 ก็ตาม ส่งผลให้หมวดพลังงานลดลงน้อยขณะที่อัตตราเงินเฟ้อปี 2563 ที่สุดในรอบปีลดลง 0.02%

สำหรับ เงินเฟ้อปี 2563 คาดการณ์อัตราอยู่ที่ 0.4-1.2% เฉลี่ยค่ากลางอยู่ที่ 0.8% ภายใต้สมมุติฐานทั้งปี 2563 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีพีดี) 2.7-3.7% ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 58-68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ราคาอาหารสดจะปรับตัวค่อนข้างผันผวน และราคาน้ำมันครึ่งปีรแรกน่าจะทรงตัว และเศรษฐกิจครึ่งแรกปี 2563 น่าจะมีเม็ดเงินออกสู่การใช้จ่ายในเดือนก.พ. 2563 และ 2 ไตรมาสแรกของปี 2563 จะได้รับอานิสงส์จากงบประมาณที่เริ่มใช้ได้คือกลุ่มวัสดุก่อสร้าง

“สนค. ประมาณการณ์การใช้จ่ายภาครัฐจะดีขึ้นกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศหลังงบประมาณสามารถใช้ได้ประมาณก.พ. 2563 แต่ที่ประมาณการณ์เงินเฟ้อไว้ในช่วงกว้างๆ มากที่ 0.4-1.2% เนื่องจากยังมีเรื่องของภัยแล้ง ที่มีสัดส่วนราคาในอัตราเงินเฟ้อประมาณ 16% กระทรวงเกษตรฯ ส่งสัญญาณมาแล้วว่าปี 2563 ผลผลิตด้านการเกษตร โดยเฉพาะข้าวอาจได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ผลผลิตอาจลดลง และส่งผลให้ปี 2563 ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นจากปี 2562 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ค่อนข้างมาก ซึ่งเรื่องนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน