นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนที่ผจญกับปัญหาหนี้นอกระบบ โดยออกมาเป็น 5 มาตรการหลัก มีเป้าหมายช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบให้ได้ปีละ 240,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 25,000 ล้านบาท จากจำนวนลูกหนี้นอกระบบทั้งหมด 1.185 ล้านคน ที่มีมูลหนี้รวม 123,240 ล้านบาท หรือต้องลดจำนวนลูกหนี้นอกระบบลงให้ได้ปีละ 20% จากเป้าหมายทั้งหมด
สำหรับมาตรการแรก เป็นการเร่งเอาผิดกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเร่งรัดให้ร่างพ.ร.บ.ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะเพิ่มโทษเจ้าหนี้ที่เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกำหนด เป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหนี้เข้าร่วมไกล่เกลี่ยและให้คิดดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 15% ต่อปี และกำหนดให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบ โดยกระทรวงการคลังจะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยประเภทใหม่

มาตรการต่อมาเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเงินกู้ หลังกระทรวงการคลังกำหนดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับดูแล หรือ “พิโกไฟแนนซ์” ด้วยการให้เจ้าหนี้นอกระบบมาให้บริการสินเชื่อรายย่อยในระบบให้ถูกต้อง โดยเป็นนิติบุคคลมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท สามารถปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านทั้งที่มีหรือไม่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน วงเงินไม่เกินรายละ 50,000 บาท ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจะเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกันแล้วต้องเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ไม่เกินปีละ 36% พร้อมทั้งให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งหน่วยธุรกิจ เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบโดยเฉพาะ
ส่วนมาตรการที่เหลือ มีทั้งมาตรการกำหนดให้มีจุดให้คำปรึกษาในธนาคารออมสิน และธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยให้ทั้ง2ธนาคารประสานงานกับคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบ ประจำกรุงเทพมหานคร หรือประจำจังหวัด เพื่อไกล่เกลี่ยหนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านที่เป็นลูกหนี้ รวมทั้งมาตรการเพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ ที่หารายได้ด้วยตัวเองไม่ได้หรือชำระหนี้ได้ต่ำ จะได้รับการฟื้นฟูอาชีพ
สุดท้ายเป็นมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรการเงินชุมชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการพัฒนาเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชน และการเผยแพร่ความรู้ทางการเงิน โดยกระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. กองทุนหมู่บ้านฯ กรมการพัฒนาชุมชน มาร่วมกันให้ความรู้ทางการเงินกับชาวบ้าน การออมเงิน การวางแผนทางการเงิน และการจัดทำบัญชีครัวเรือน รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลหนี้นอกระบบของประเทศ โดยให้กระทรวงการคลังพัฒนาฐานข้อมูลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ เพื่อประเมินผล และหามาตรการมาช่วยเหลือต่อไป