‘ถาวร’ สั่งศึกษาแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์ 29 สนามบินภูธร นำร่อง ท่าอากาศยานกระบี่

พัฒนาเชิงพาณิชย์ 29 สนามบิน

‘ถาวร’ สั่งกรมท่าอากาศยาน ศึกษาแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์ 29 สนามบินภูธร นำร่องท่าอากาศยานกระบี่เล็งผุดโรงแรม-หอประชุม ปั๊มรายได้เพิ่ม

พัฒนาเชิงพาณิชย์ 29 สนามบิน – นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) วันที่ 13 ม.ค. 2563 เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ทย. ศึกษาแนวทางในการเพิ่มรายได้สนามบิน 29 แห่ง ของ ทย. โดยเร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร (Terminal) และพื้นที่ว่างเปล่าภายในสนามบิน เนื่องจากปัจจุบันมีรายได้เชิงพาณิชย์เพียงปีละ 100 ล้านบาทเท่านั้น

ทั้งนี้ ทย. จะศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ รูปแบบการลงทุน และธุรกิจที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ของสนามบิน คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 6 เดือน คาดว่าจะนำร่องสนามบินกระบี่ก่อน รวมทั้ง อุบลราชธานี และอุดรธานี สำหรับธุรกิจที่เป็นไปได้ เช่น โรงแรม , โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ , หอประชุม เป็นต้น

นายถาวร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สั่งให้ ทย. ไปประสานกับการท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่น สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวต้อง เพื่อสร้างกิจกรรมและดึงดูดให้ผู้โดยสารมาใช้งานสนามบินมากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้ท่าอากาศยานที่มีผลประกอบการติดลบที่มีกว่า 10 แห่ง

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ ทย. ยกระดับสรามบินให้ เป็นสมาร์ตแอร์พอร์ต ที่บริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี เช่น ระบบเช็กอินด้วยตัวเอง ออกบัตรโดยสารอัตโนมัติ รวมถึงไปการตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และใช้ระบบสแกนความปลอดภัยด้วยเลเซอร์ ซึ่งผู้โดยสารไม่ต้องถอดรองเท้า เข็มขัดออก ซึ่งท่าอากาศยานกระบี่เป็นต้นแบบสมาร์ตแอร์พอร์ต เพราะเป็นสนามบินที่ได้รับการประเมินจาก IATA กว่า 2 คะแนน จากคะแนนเต็ม 4 สูงที่สุด และใกล้เคียงกับสนามบินสุวรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

พร้อมกันนี้ มอบหมายให้ ทย. ไปจัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วน (Action) ในปีงบประมาณ 2563 เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงสรุปการขอจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ 2564 ให้แล้วเสร็จตามกำหนด พร้อมจัดสรรลำดับความสำคัญของแต่ละโครงการ

ในส่วนของการพัฒนาท่าอากาศยานให้เร่งหาข้อสรุปการก่อสร้างท่าอากาศยานนครปฐมและท่าอากาศยานพัทลุงว่า จะเดินหน้าผลักดันต่อหรือไม่ ถ้าไม่ก่อสร้าง ก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ ด้านท่าอากาศยานเบตงที่กำลังจะเปิดให้บริการนั้น ยืนยันว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนมิ.ย. 2563 อย่างแน่นอน

อีกทั้งยังสั่งการให้จัดเตรียมบุคคลกรให้พร้อม เพราะในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมีผู้บริหารระดับ โดยเฉพาะผู้อำนวยการท่าอากาศยาน จะเกษียนอายุประมาณ 15 คน จึงต้องเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อทดแทนให้เรียบร้อย โดยเฉพาะการขอใบอนุญาตเป็นผู้อำนวยการท่าอากาศยาน

นายถาวร ยังกล่าวถึงกรณีที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. สนใจจะเข้ามาบริหารท่าอากาศยานในสังกัด ทย. จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานตาก ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ และท่าอากาศยานอุดรธานี ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือและมอบนโยบายเรื่องดังกล่าว แต่หาก ทอท. สนใจเข้ามาบริหารจริง ก็ต้องเข้ามาตามขั้นตอนการประมูลแบบรัฐเอกชนร่วมลงทุน (PPP) เหมือนเอกชนรายอื่นๆ

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทอท. จะส่งเงินกองทุน ทย. เพื่อแลกกับการเข้ามาบริหารท่าอากาศยานทั้ง 4 แห่งนั้น นายถาวร กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก ทย. ไม่สามารถนำทรัพย์ของรัฐบาลไปให้เอกชนได้ แต่ ทอท. ต้องการสนับสนุนเงินเข้ากองทุน ทย. ก็ยินดี

บทความก่อนหน้านี้6 ล้านเหลือ2แสน! หนุ่มก่อสร้างถูกหวยชีวิตเปลี่ยน ติดยาเที่ยวเตร่ผลาญเงิน คลั่งพังบ้านทำร้ายแม่(คลิป)
บทความถัดไปสองพี่น้องโต้ลั่น ซัดรายงานเท็จ เจ้าชายวิลเลียม “บูลลี่” เจ้าชายแฮร์รี