สศอ. ยิ้มออกมีสัญญาณบวกหนุนเอ็มพีไอโงหัว ชี้ ‘โคโรนา’ กระทบอุตสาหกรรมระยะสั้นในวงจำกัด มองนักลงทุนย้ายฐานผลิตซบไทย พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
สศอ.ยิ้มออกเอ็มพีไอโงหัว – นายทองชัย ชวลิตเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนธ.ค. 2562 อยู่ที่ระดับ 99.02 หดตัว 4.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 103.52 แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้น 2.13% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. 2562 ที่หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.09% อยู่ที่ระดับ 96.95 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 63.96% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 63.29% ส่วนภาพรวมเอ็มพีไอปี 2562 ทั้งปีหดตัว 3.7% อัตราการใช้กำลังการผลิตทั้งปีอยู่ที่ 66.3%
ทั้งนี้ สศอ. มองแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในเดือนถัดไปจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากแนวโน้มเอ็มพีไอเดือนธ.ค. 2562 ที่ผ่านมาหดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนหน้า การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไม่รวมทองคำเริ่มกลับมาขยายตัวได้ 0.2% หลังจากติดลบต่อเนื่อง การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 0.3% ตัวเลขการลงทุนในการประกอบกิจการโรงงานทั้งปี 2562 มีมูลค่าสูงถึง 4.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31.47% สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน

ประกอบกับจีนและสหรัฐสามารถบรรลุยุติข้อตกลงทางการค้าร่วมกันได้เมื่อกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างทั้งสองประเทศมีทิศทางผ่อนคลายลงเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยด้วย
นายทองชัย กล่าวว่า สำหรับความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน นั้น ขณะนี้ทางสศอ. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังประเทศจีนโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองอู่ฮั่นที่เป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าสินค้าอุตสาหกรรมของไทยที่ส่งออกไปเมืองอู่ฮั่นนั้นมีไม่มาก จึงไม่น่าจะส่งผล กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมมากนัก หรืออาจส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อบางอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปเมืองอู่ฮั่นเพียงระยะสั้น เพราะเชื่อว่าจีนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

“ขณะที่การส่งออกสินค้าไปยังพื้นที่อื่นในจีนยังสามารถดำเนินการได้ ทาง สศอ. จึงยืนยันสินค้าอุตสาหกรรมของไทยที่มีซัพพลายเชนผลิตเพื่อส่งออกไปยังเมืองอู่ฮั่นมีเพียงไม่กี่รายการ เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่ามีกี่รายและมีจำนวนมากหรือน้อยเท่าไหร่ ต้องติดตามและประเมินผลกระทบให้เห็นภาพชัดเจนอีกครั้ง”
อย่างไรก็ตาม มองว่าในระยะยาวจะส่งผลดีในแง่ของการย้ายฐานผลิตมายังประเทศไทยมากขึ้น เช่น บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย โดยสศอ. ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมปี 2563 ที่คาดจะขยายตัว 1.5-2.5% และเอ็มพีไอคาดขยายตัว 2-3%