ร.อ.สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า กทท. เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ดกทท.) อนุมัติจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษารูปแบบการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารจัดการสินทรัพย์รวมทั้งจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยกทท. จะถือหุ้น 100% ในช่วงแรกแล้วและเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมทุนในอนาคตคาดว่า 1-2 เดือนจะได้ข้อสรุป คาดว่าจะเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาได้เดือนก.ค. และเสนอครม. อนุมัติในเดือนส.ค. โดยตั้งเป้าต้องจัดตั้งบริษัทลูกให้ได้ภายใน ต.ค.นี้

ทั้งนี้ บริษัทลูกจะทำหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ของบริเวณท่าเรือคลองเตยราว 2.3 พันไร่ มูลค่าโครงการ มากกว่า 1 แสนล้านบาท เบื้องต้นจะพัฒนาพื้นที่โดยแบ่งออกเป็น พื้นที่ แปลง A ประกอบไปด้วย อาคารศูนย์พัฒนาพาณิชยนาวี ศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้า อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าธุรกิจทันสมัยครบวงจร ที่อยู่อาศัยทดแทนชุมชนแออัดและสำนักงานเขตคลองเตย

พื้นที่แปลง B เป็นสถานีบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก คลังสินค้าท่าเรือกรุงเทพ ท่าเทียบเรือตู้สินค้า X-ray Center ระบบประตูเขื่อนตะวันออกและจุดขึ้น-ลงทางด่วน และสถานีขนส่งทางรถไฟ ศูนย์กระจายสินค้าและพื้นที่แปลง C รูปแบบการพัฒนาเป็นอาคารศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์ริมน้ำเจ้าพระยาและศูนย์ประชุมครบวงจร ขณะที่เงินลงทุนเพื่อนำมาพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะใช้รูปแบบเงินหมุนเวียนเพื่อให้กระทบกับงบประมาณของภาครัฐบาลน้อยที่สุด นอกจากนี้ ยังมีแนวคิด ที่จะระดมทุนผ่านกองทุนอินฟราสตัคเจอร์ฟันด์ และกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF : Thailand Future Fund) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลงทุนด้วย

ร.อ.สุทธินันท์กล่าวต่อว่า ปีหน้าจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนพัฒนาที่ดินแปลงที่ศึกษากรอบการลงทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วยที่ดิน 3 แปลง ได้แก่ แปลงที่ 1 พื้นที่แปลง 17 ไร่ ติดกับอาคารสำนักงานของกทท.สามารถพัฒนาเป็นศูนย์การขนส่งทางน้ำและก่อสร้างคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ แปลงที่ 2 คือพื้นที่ 14 ไร่ ใกล้ทางขึ้นลงทางด่วนคลองเตยสำหรับก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงาน และแปลงที่ 3 พื้นที่บริเวณตลาดคลองเตยถึงอู่รถเมล์ ที่มีแผนพัฒนาให้เป็นศูนย์ธุรกิจ อาคารสำนักงานและศูนย์การแสดงสินค้า

“เราจะรื้อย้ายตลาดคลองเตยออกทั้งหมดภายในปีหน้า เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนโฉมสถานที่ให้สอดรับกับแผนการสร้างแลนมาร์คคลองเตยในอนาคต รวมถึงการรื้อย้ายที่อยู่อาศัยบริเวณชุมชนคลองเตยในพื้นที่ของการท่าเรือเกือบทั้งหมดเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สอดรับกับแลนมาร์คแห่งใหม่ โดยเบื้องต้นได้เรียกพ่อค้าและประชาชนในพื้นที่มาคุยแล้ว ส่วนใหญ่ยินดีให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายทั้งด้านตลาดคลองเตยและที่อยู่อาศัยของชุมชนคลองเตยเพื่อเปิดแนวทางการพัฒนาพื้นที่”ร.อ.สุทธินันท์กล่าว

ร.อ.สุทธินันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กทท.มีแผนเร่งพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. หลังจากนั้นจะเร่งให้ได้ข้อสรุปเรื่องรูปแบบการร่วมทุนพีพีพีเพื่อเสนอโครงการไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในช่วงปลายปีนี้ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานระเบียงเศรษฐกิจอีอีซีตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล

นอกจากนี้ กทท.ยังมีแผนที่จะรื้อคลังสินค้าเดิมออกเพื่อพัฒนาเป็นท่าเทียบเรือสำราญท่าเรือคลองเตย ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมะขาม ตามนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยว คาดว่ารูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบเอกชนร่วมทุนกับรัฐบาลเพื่อพัฒนาท่าเทียบเรือ อาคารสำนักงานและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว ตลอดจนหารือร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และการเคหะแห่งชาติให้เข้ามาดูแลจัดการปรับปรุงที่อยู่อาศัยชุมชนคลองเตยเพื่อยกระดับชีวิตของประชากรในชุมชนทั้งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งหมด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน