กรมชลฯ ห่วงทำนาปรังเกินแผน 82% วอนช่วยกันประหยัดน้ำแม้มีฝนตกลงมาบ้าง แต่ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างฯ ยังมีไม่มากนัก
นาปรังปลูกเกินแผน – นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศวันที่ 23 เม.ย. นี้ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันประมาณ 34,368 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 48% ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 11,056 ล้านลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 8,779 ล้านลบ.ม. หรือ 35% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 2,083 ล้านลบ.ม.
ผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งทั้งประเทศ มีการใช้น้ำไปแล้ว 16,412 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 93% ของแผนจัดสรรน้ำฯ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้ว 4,415 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 98% ของแผนจัดสรรน้ำฯที่วางไว้ ส่วนของอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยกว่า 30% ของความจุอ่าง ปัจจุบันมีอยู่ 25 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก, เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์, เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่, เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนแม่มอก จ.ลำปาง, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก, เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี, เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ, เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น, เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแชะ จ.นครราชสีมา, เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์, เขื่อนสิริธร จ.อุบลราชธานี, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี, เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี, เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี, เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี, เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก, เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา, เขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี, เขื่อนหนองปลาไหล และเขื่อนประแสร์ จ.ระยอง เน้นส่งน้ำเฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น
สำหรับการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2563 ได้วางแผนเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศไว้ 2.31 ล้านไร่ ปัจจุบันมีการทำนาปรังไปแล้ว 4.21 ล้านไร่ เกินแผนฯ ไปแล้ว 82% มีการเก็บเกี่ยวแล้ว 2.79 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่มีแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุน มีไม่เพียงพอที่จะสนับสนุน แต่จากการสำรวจพบว่ามีการทำนาปรังไปแล้วประมาณ 1.98 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 1.81 ล้านไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ของตนเองทำการเพาะปลูก
กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ให้เป็นไปตามแผน การจัดสรรน้ำที่วางไว้ พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้สามารถพร้อมใช้งานได้อยู่เสมอ กำจัดวัชพืชไม่ให้ กีดขวางทางน้ำ รวมถึงตรวจสอบระบบและอาคารชลประทาน ให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้ ยังบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในท้องที่ ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและการดำเนินงาน ตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง